แห่ดูการกู้เรือกำปั่นเครื่องจักรไอน้ำอายุ 69 ปี ที่จมอยู่ใต้น้ำโขง

1634

ชาวจังหวัดบึงกาฬ แห่ดูการกู้เรือกำปั่นเครื่องจักรไอน้ำ อายุ 69 ปี ที่จมอยู่ในแม่น้ำโขง

หลังจากที่มีการตรวจพบเรือกำปั่นเครื่องจักรไอน้ำจมอยู่ใต้น้ำโขงริมฝั่งไทย บริเวณท้ายบ้านท่าไคร้ ตำบลบึงกาฬ  อำเภอเมือง จังหวัดบึงกาฬ โดยตัวเรือส่วนที่ใกล้ฝั่งไทยสุดห่างฝั่งประมาณ 3  เมตร ทางวัดโพธารามจึงว่าจ้างให้ผู้รับเหมากู้เรือกำปั่นโบราณขึ้นมาจากแม่น้ำโขง

คณะกรรมการวัดโพธาราม เห็นว่าระยะนี้เป็นช่วงหน้าแล้งระดับน้ำโขงลดลงต่ำสุดจึงได้ทำการว่าจ้างผู้รับเหมาที่เชี่ยวชาญด้านการกู้เรือ มานำเรือโบราณขึ้นจากแม่น้ำโขง ซึ่งก่อนกู้เรือก็ได้ตั้งศาลทำพิธีขออนุญาตเจ้าของและผู้ที่เสียชีวิตในเรือด้วย

จากการตรวจสอบพบว่าเรือกำปั่นเครื่องจักรไอน้ำลำนี้มีความยาวประมาณ 25 เมตร มีทรายทับถมอยู่ภายในเรือ ซึ่งผู้กู้เรือพยายามดูดทรายออกให้หมด จากนั้นใช้รถแบคโฮ ผูกลวดสลิงลากเรือที่จมอยู่ใต้น้ำขึ้นมาบนฝั่ง แต่ระหว่างที่เริ่มดูดทรายก็เกิดปัญหาระดับน้ำในแม่น้ำโขงเริ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ จากผลของการปล่อยน้ำออกจากเขื่อนในประเทศจีน  จึงเป็นอุปสรรค์ในการกู้เรือโดยคาดว่าน่าจะกู้เรือกำปั่นได้ในเร็ววันนี้ถ้าระดับน้ำโขงไม่สูงขึ้นไปกว่านี้

สำหรับตำนานเรือกำปั่นเครื่องจักรไอน้ำ ที่จมอยู่ใต้แม่น้ำโขงมานาน 69  ปีนี้ มีการเล่าว่า เรือลำนี้เป็นของ ขุนอินทร์ ณีระสมิท ชาวนครพนม บรรทุกสินค้าใส่เรือเพื่อไปขายที่นครเวียงจันทร์ แต่เมื่อแล่นมาถึงหน้าวัดโพธาราม บ้านท่าไคร้ เรือกลับถูกกระแสน้ำพัดไปติดซอกหินแล้วล่มลงกลางแม่น้ำโขง  โดยขณะนั้นมีฝรั่งสามีภรรยา 2 คนติดอยู่ในเรือและเสียชีวิตด้วย

ขณะที่ชาวบ้านท่าไคร้ และชาวบ้านใกล้เคียง ต่างเดินทางมาดูการกู้เรือวันละไม่น้อยกว่า 500 คน และให้ความสนใจดูชิ้นส่วนเรือบางส่วนที่เก็บออกมาจากซากเรือ หลายคนบอกว่าอยากให้เก็บซากเรือไว้ที่วัดโพธาราม เพื่อเป็นการส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวของชุมชนบ้านท่าไคร้ โดยล่าสุดมีชาวบ้านนำอาหาร และเครื่องดื่มมาขาย รวมทั้งแม่ค้าขายฉลากกินแบ่งรัฐบาลมานั่งขายสลากให้ผู้ชอบเสี่ยงโชคด้วย