น้ำท่วมนครศรีฯ วิกฤตหนักในรอบ 10 ปี อำเภอทุ่งสงได้รับผลกระทบหลายด้าน

143

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช วิกฤตหนักในรอบ 10 ปี ส่งผลกระทบแล้วหลายด้าน โดยเฉพาะในพื้นที่ อ.ทุ่งสง ซึ่งถือว่าเป็นพื้นที่ ที่มีเส้นทางหลักเชื่อมต่อในการเดินทางไปยังจังหวัดต่างๆ   ต้องเผชิญกับปัญหาทั้งถนนถูกกัดเซาะพังเสียหาย สะพานถูกตัดขาด ดินสไลด์ทับบ้านเรือนชาวบ้าน เส้นทางสายหลักเป็นอัมพาต รวมถึงมีผู้เสียชีวิตแล้ว 2 ราย

บริเวณถนนเส้นทุ่งสง – จำปา ในพื้นที่อำเภอทุ่งสงถนนเส้นนี้เป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ต้องประสบปัญหา หลังจากปริมาณน้ำทะลักเข้าท่วมเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เกิดดินสไลด์ สะพานขาด และถนนถูกกัดเซาะพังเสียหายเป็นระยะทางกว่า 300 เมตร ที่ยังไม่สามารถใช้งานได้ รถยังไม่สามารถสัญจรได้ เราไปย้อนดูความเสียหายและผลกระทบที่เกิดขึ้นกันค่ะ

 

ต.ถ้ำใหญ่ อ.ทุ่งสง เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่ต้องเผชิญกับผลกระทบหลายอย่าง หลังจากปริมาณน้ำหลากเข้าท่วมเมื่อ เช้ามืดของวันพุธที่ 4 มกราคาที่ผ่านมา บ้านเรือนของชาวบ้านที่อยู่ติดริมภูเขาพังเสียหายหายจากดินสไลด์ลงมาทับหลายหลัง  มวลน้ำกัดเซาะถนนพังเสียหายบริเวณเส้นทางทุ่งสง – จำปา การสัญจรเป็นไปอย่างยากลำบาก กระแสน้ำที่เชี่ยวและแรงซัดรถของแม่ลูกคู่หนึ่งจมในคลอง และเสียชีวิตในที่สุดขณะที่ทั้งคู่ยังติดอยู่ในรถ

ความเสียหายจากปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง บวกกับน้ำป่าไหลหลากจากเทือกเขาหลวง ไม่เพียงส่งผลกระทบต่อบ้านเรือน พื้นที่การเกษตรของชาวบ้านเท่านั้น แต่ปริมาณน้ำขยายวงกว้างเต็มทั่วพื้นที่ทั้ง 13  อำเภอ ถนนสายเอเชียหลายจุดต้องเป็นอัมพาต โดยเฉพาะถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 41 เส้นทางระหว่างทุ่งสง – สุราษฏร์ธานี  เมื่อวานนี้มีระดับน้ำสูงกว่า 100 เซนติเมตร ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการสัญจรไปมา ทั้งขาขึ้นและขาล่องใต้ รถจักรยานยนต์และรถยนต์เก๋งไม่สามารถผ่านได้ มีเพียงรถกระบะยกสูงและรถหกล้อขึ้นไปเท่านั้นที่สามารถขับผ่านได้  ทำให้การจราจรติดขัดหลายกิโลเมตร บขส.ต้องหยุดเดินรถชั่วคราว ใน 7 เส้นทางภาคใต้ ก่อนจะกลับมาให้บริการอีกครั้งเมื่อปริมาณน้ำเริ่มลดลง

เช่นเดียวกับ ขบวนรถไฟเส้นทางสายใต้ทุกขบวน ต้องหยุดให้บริการอยู่ที่สถานีชุมทางทุ่งสง  เนื่องจากปริมาณน้ำท่วมขังรางรถไฟระหว่าง สถานีเขาชุมทอง – บ้านทุ่งหล่อ อำเภอร่อนพิบูลย์ โดยมีระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร รวมทั้งในเส้นทางเดินรถไฟบริเวณบ้านปากคลองจังหวัดพัทลุงเกิดความเสียหายกว่า 30 จุด เป็นเหตุให้ต้องหยุดเดินรถและจอดที่สถานีชุมทางทุ่งสง จนกว่าสถานการณ์น้ำจะอยู่ในปกติ

 

หลายคนบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า ปริมาณน้ำไหลเข้าท่วมในพื้นที่ อ.ทุ่งสงในครั้งนี้หนักสุดในรอบสิบปี  ไม่เพียงบ้านเรือนได้รับความเสียหาย ต้องจมอยู่ใต้น้ำ  พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายเป็นวงกว้าง  แต่การคมนาคมก็ได้รับผลกระทบอย่างหนักไปด้วย แม้จะมีบางเส้นทางที่สามารถใช้ได้แล้ว แต่หลายฝ่ายยังไม่นิ่งนอนใจ หลังจากกรมอุตุประกาศเตือนภาคใต้อาจโดนฝนถล่มต่อเนื่องจนถึงวันที่ 7 มกราคมนี้

อรวรรณ รัตนเดชา

รานงาน