น้ำท่วมสูงการเดินทางด้วยถนน-รถไฟผ่าน จ.ประจวบฯ ลงสู่ภาคใต้อัมพาต

65

ฝนที่ตกหนักในพื้นที่จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในช่วงเย็นวานนี้ จนถึงขณะนี้ยังไม่หยุดตก ส่งผลทำให้น้ำท่วมสูงการเดินทางด้วยถนนและรถไฟลงสู่ภาคใต้อัมพาต

สถานีตำรวจทางหลวงประจวบคีรีขันธ์ ได้รายงานสถานการณ์สภาพปริมาณฝนตกในพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อเวลา 21.30 น. ของคืนวานนี้ (9ม.ค.) โดยพบว่าบริเวณถนนเพชรเกษมขาขึ้นและขาล่องในพื้นที่อำเภอบางสะพานมีฝนตกหนักต่อเนื่อง มีน้ำท่วมขังสูง ตั้งแต่กิโลเมตรที่ 368 ขาขึ้นกรุงเทพมหานคร ต้องสั่งปิดการจราจรฝั่งขาขึ้น ให้รถมาสวนเลนขาล่อง โดยรถเล็กไม่สามารถผ่านได้เพราะกระแสน้ำเชี่ยว ส่งผลให้การเดินทางสู่ภาคใต้เป็นไปด้วยความยากลำบาก

ในขณะพื้นที่อำเภอเมืองประจวบคีรีขันธ์มีปริมาณฝนตกต่อเนื่องเช่นเดียวกัน มีน้ำท่วมขังตั้งแต่กิโลเมตรที่ 308 ขาขึ้นกรุงเทพมหานครรถเล็กวิ่งผ่านลำบาก โดยมีเจ้าหน้าที่ค่อยประชาสัมพันธ์จุดเสี่ยงห้ามใช้เส้นทาง และประสานหมวดการทางติดตั้งป้ายเตือนสะท้อนแสง เนื่องจากฝนตกและมืดทำให้วิสัยทัศน์ในการขับขี่ลดลงและหวั่นจะเกิดอุบัติเหตุ

นอกจากนี้เกิดน้ำท่วมทางรถไฟระหว่างสถานีบางสะพานใหญ่ถึงสถานีชะม่วง ระดับน้ำสูงกว่า สันรางประมาณ 20 เซนติเมตร ทำให้ขบวนรถไม่สามารถวิ่งผ่านได้ การรถไฟแห่งประเทศไทยจำเป็นต้องให้ขบวนรถโดยสารทุกขบวนเดินกลับไปยังสถานีต้นทาง ดังนี้

ขบวนรถเที่ยวไป 1.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 37 กรุงเทพ-สุไหงโกลก  2.ขบวนรถด่วนที่ 83 กรุงเทพ-ตรัง 3.ขบวนรถเร็วที่ 173 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช 4.ขบวนรถด่วนที่ 85 กรุงเทพ-นครศรีธรรมราช 5.ขบวนรถเร็วที่ 167 กรุงเทพ-กันตัง ให้เดินทางกลับไปยังสถานีกรุงเทพ 6.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 39 กรุงเทพ-สุราษฎร์ธานี งดเดินจากสถานีกรุงเทพ

ส่วนขบวนรถเที่ยวกลับ 1.ขบวนรถเร็วที่ 174 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ 2.ขบวนรถเร็วที่ 168 กันตัง- กรุงเทพ 3.ขบวนรถด่วนที่ 84 ตรัง-กรุงเทพ 4.ขบวนรถด่วนที่ 86 นครศรีธรรมราช-กรุงเทพ 5.ขบวนรถเร็วที่ 172 สุไหงโกลก-กรุงเทพ 6.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 38 สุไหงโกลก-กรุงเทพ ให้ทั้งหมดเดินรถกลับไปสถานีชุมทางทุ่งสง และ 7.ขบวนรถด่วนพิเศษที่ 44 สุราษฎร์ธานี-กรุงเทพ ให้เดินรถกลับสถานีสุราษฎร์ธานี

ทั้งนี้ผู้โดยสารสามารถพักผ่อนอยู่บนขบวนรถได้จนกว่าจะเช้า และสามารถขอคืนเงินค่าตั๋วโดยสารได้เต็มราคา

สายด่วนตำรวจทางหลวง 1193

สายด่วน รฟท. 1690