วันเดียวเที่ยว ราชบุรี

715

 

     หลายคนคงสงสัยว่าราชบุรีมีอะไรน่าเที่ยว…วันนี้เราจะไปหาคำตอบกันกับ ทริปเที่ยวง่ายๆ ใกล้กรุงฯ ไป-กลับได้ในวันเดียวที่ราชบุรี…

     สถานที่แรก…นั่นก็คือ CORO Field ที่เที่ยวรูปแบบใหม่ Lifestyle Farming สไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกในประเทศไทย ที่ อ.สวนผึ้ง จ.ราชบุรี ชวนเพื่อน และครอบครัว ไปเที่ยวกันได้เลย!!

    Coro Field ฟาร์มสไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกในเมืองไทย จ.ราชบุรี

 

“Coro Field (โคโรฟิลด์)”  ตั้งอยู่บริเวณริมถนนราชบุรี – ผาปก ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี ใช้เวลาเดินทางจากกรุงเทพฯ ประมาณ 3 ชั่วโมง พอใกล้ถึงจะมีป้ายชื่อฟาร์มขนาดใหญ่ติดอยู่ด้านหน้า มองเห็นได้ชัดเจน

 

 

วะ วะ ว้าว! เมื่อมาถึงก็ต้องตะลึงกับความกว้างขวางบนเนื้อที่กว่า 104 ไร่ บรรยากาศโดยรวมดูสบายๆ อารมณ์เหมือนมาฟาร์มในต่างประเทศ แต่เอ๊ะ! ตกลงที่นี่คืออะไรกันแน่ เพราะดูจะแบ่งออกเป็นหลายโซนๆ และเราจะรอช้าทำไม เข้าไปชมบรรยากาศและวิวสวย ๆ รอบฟาร์มกันดีกว่า…ลุยยยยย!!!

 

     “Coro Field (โคโรฟิลด์)” ชื่อนี้มีที่มาจากคำว่า คอโรฟิลล์ สารที่ทำให้เรารู้สึกสดชื่น เป็นพลังความมีชีวิตชีวา โดยถูกแยกออกเป็น 2 คำ Coro ในภาษาญี่ปุ่นแปลว่า “เวลา” Field ก็หมายถึง “สนามกว้าง” ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแนว Lifestyle Farming สไตล์ญี่ปุ่นแห่งแรกในประเทศไทย เหมาะกับ Lifestyle ของคนยุคใหม่ในปัจจุบัน โครงสร้างอาคารต่างๆ ภายในฟาร์ม ออกแบบและตกแต่งแบบเน้นความเรียบง่าย ใช้โทนสีขาวดูสว่าง สะอาด สบายตา ให้ความรู้สึกสดชื่น ผ่อนคลาย และยังเหมือนเราได้ใกล้ชิดธรรมชาติด้วย

 

“โคโรโระคุง” Mascot ประจำฟาร์ม

 

เดินเข้ามาภายในฟาร์มจะพบกับ Mascot น่ารักๆ ประจำฟาร์ม มีชื่อว่า “โคโรโระคุง” ตัวขาวอวบ ยืนยิ้มต้อนรับอยู่ด้านหน้าและที่มาของเจ้าตัวนี้ก็คือ โคโรโระคุง เป็นคนสวนของที่นี่ โดยจะทำงานในช่วงกลางคืนที่คนทำงานปกติกลับบ้านไปแล้ว เค้าก็จะออกมาดูแลสวนในที่แห่งนี้ ซึ่งไม่ได้มีแค่ตัวเดียวนะ ภายในฟาร์มจะมีเจ้า “โคโรโระคุง” ในอิริยาบถ ท่าทางที่แตกต่างกันไป ไว้ให้เก็บภาพประทับใจน่ารักๆอีกด้วย

 

 

มัวแต่เพลิดเพลินกับเจ้าโคโรโระคุง เราไปเที่ยวชมฟาร์มกันต่อดีกว่า…

 

Coro House กรีนเฮาส์ขนาดใหญ่

 

เราเข้ามาที่ Coro House กรีนเฮาส์ขนาดใหญ่ ที่ใช้เทคโนโลยีทันสมัยที่สุดจากอิสราเอล ควบคุมการเพาะปลูกด้วยระบบคอมพิวเตอร์ ซึ่งก่อนที่จะเข้าไปข้างในต้องสวมเสื้อคลุม สวมหมวก เปลี่ยนรองเท้า พร้อมทั้งล้างมือด้วยแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันไม่ให้พืชติดเชื้อโรคจากเราด้วย….

 

ภายในกรีนเฮ้าส์ก็จะได้เห็นการปลูกและเทคนิคการดูแลเมล่อน จนเจริญเติบโตออกมาเป็นผลผลิต รวมไปถึงเคล็ดลับความอร่อยของผักและผลไม้ในฟาร์ม ก็คือความเอาใจใส่ในทุกขั้นตอน ตั้งแต่โรงเรือนที่ใช้ระบบการเพาะปลูกที่ดีที่สุด การใช้น้ำแร่ในการปลูกพืชทุกชนิด เป็นความโชคดีของฟาร์มที่ขุดค้นพบน้ำแร่ในพื้นที่แห่งนี้

และการเปิดเพลงเพราะๆ ให้ผักเหล่านี้ฟังอยู่เสมอ เป็นเทคนิคดีๆ ที่เราสัมผัสได้ถึงความใส่ใจของ Coro Field

 

ออกจากกรีนเฮาส์ ไปต่อกันที่แปลงผักที่ Coro Garden พื้นที่ที่เปิดโอกาสให้กับทุกท่านได้สนุกกับกิจกรรมการปลูกและเก็บผลผลิตด้วยตนเอง เป็นประสบการณ์ใหม่ของการมาเที่ยวสวนผึ้ง โดยจะแบ่งออกเป็น 2 โซน คือ GrowZone และ Harvest Zone

Grow Zone กิจกรรมปลูกผักปลอดสารพิษด้วยตัวคุณเอง เรียนรู้วิธีการปลูกและการดูแลเบื้องต้น

Harvest Zone กิจกรรมเก็บเกี่ยวผลิตผลสดใหม่ที่มีคุณภาพ ให้คุณได้เลือกและเรียนรู้วิธีการเก็บเกี่ยวอย่างถูกวิธี

 

ไหนๆ ก็มาแล้วก็ต้องลงมือทำกันสักหน่อย จะได้ลองทำเกษตรจริงๆ (มีค่าบริการคนละ 220 บาท) เริ่มแรกก็ต้องฆ่าเชื้อก่อน แล้วไปรับตะกร้า ซึ่งด้านในจะมีอุปกรณ์การปลูกไว้ให้พร้อม โดยจะมีเจ้าหน้าที่คอยแนะนำตั้งแต่การเลือกจุดที่จะลงต้นกล้า การพรวนดิน วางต้นกล้า จนถึงขั้นตอนการตั้งชื่อ

 

ปลูกกันเรียบร้อยได้เวลามาเก็บเกี่ยว (Harvest ) ในตะกร้าจะมีชะลอมขนาดจิ๋ว ไว้ให้เราไปเก็บเกี่ยวเจ้ามะเขือเทศฮอลแลนด์จากต้นกันได้ตามสะดวก

 

หลังผ่านกิจกรรมโซนนี้ อาจรู้สึกเหนื่อย ร้อน และดูลำบากนิดๆ ก็มาปิดท้ายกันในโซนที่น่ารักสุดๆ นั่นก็คือ Coro Me

 

โซนนี้บอกเลยว่าเก๋สุดๆ เพราะเป็นพื้นที่ที่คุณจะได้แสดงผลงานและความเป็นตัวเอง โดยมีมุมให้คุณเลือกต้นไม้อะไรก็ได้มาหนึ่งต้น จากนั้นก็นำมาตกแต่งตามชอบ มีอุปกรณ์ตกแต่งพร้อมสีสันสวยงาม ตักได้เลยตามใจคุณ เรียกได้ว่าเป็นจุดแวะพักที่สามารถจะอยู่ได้ทั้งวันโดยไม่เบื่อจริงๆ

 

เมื่อตกแต่งต้นไม้เสร็จเรียบร้อยแล้ว ก็อย่ารอช้าเรามาเริ่มสำรวจโซนต่อไปกันเลยดีกว่า กับโซน Coro Café

 

Coro Café (โคโร คาเฟ่) เป็นโซนอาหาร เครื่องดื่ม และขนมตกแต่งในแบบ Minimalist ดีไซน์อย่างเรียบง่ายแต่ดูดี เน้นความเป็นธรรมชาติ เรื่องอาหารก็ไม่น้อยหน้า เพราะคัดสรรแต่วัตถุดิบชั้นดีจากฟาร์มและนำเข้าจากต่างประเทศมาปรุงแต่ง และรสชาตินี่พูดแล้วจะหาว่าโม้ ลองดูน่าตากันก่อนดีกว่า…..

 

ต้อนรับด้วย เมล่อนสดพันธุ์โทมิเมล่อน (Tomi Melon) เมล่อนเปลือกสีทอง เนื้อสีเขียว กลิ่นหอมฟุ้ง รสชาติหวาน เย็นฉ่ำ ชื่นใจ ดับร้อนได้สนิทเลย ซึ่งเป็นไฮไลท์ของที่นี่ ถือว่าเป็นเมนูเรียกน้ำย่อย….

เมล่อนสด

 

สลัดเมล่อนเซซามี จานนี้เรียกเรตติ้งดีเลยทีเดียวสำหรับน่าตา ส่วนรสชาติต้องบอกว่าดีงามไม่แพ้หน้าตา โดยเฉพาะเนื้อเจ้าโทมิเมล่อนและแตงโม ที่หวาน หอม ฉ่ำ แบบละลายในปาก น้ำสลัดก็กลมกล่อมกำลังดี เข้าก๊านเข้ากัน

สลัดเมล่อนเซซามี

 

เมล่อนคัตสึโอะ บอกได้เลยว่าไม่ต้องลังเล เทคนิคในการทานโทมิเมล่อนคือให้ทานชิ้นที่อยู่ตรงกลางก่อน แล้วค่อยทานชิ้นด้านนอก อื้อหือ! หอมมมมมสุด! หวานฉ่ำ ตัดกับรสชาติของซอสและปลาแห้งซึ่งเข้ากันได้ลงตัวแบบไม่น่าเชื่อ

เมล่อนคัตสึโอะ

 

ใครอยากทานแบบหนักท้องแนะนำจานนี้ ข้าวกล้องหมูชาชูกระเทียม หน้าตาน่าทาน และรสชาติดีเลย ไม่ฉุนกระเทียมด้วย เนื้อหมูหอมกลมกล่อม ชิมคำแรก เฮ้ย! ดีงามเลยอร่อยมาก

ข้าวกล้องหมูชาชูกระเทียม

 

ถ้าใครไม่ชอบข้าวแต่ชอบทานขนมปังขอแนะนำ เมนูมันม่วงเบอร์เกอร์โฮมเมดหมูชาชู ขนมปังที่ทำจากมันม่วงซึ่งนำเข้ามาจากญี่ปุ่น มีกลิ่นหอม แถมขนมปังยังออกสีม่วงๆ แปลกไปอีกแบบ  เนื้อหมูชาชูก็อร่อยกลมกล่อม ส่วนมันม่วงกรอบอร่อยหวานกำลังดีสุดๆ

มันม่วงเบอร์เดอร์โฮมเมดหมูชาชู

 

มาต่อกันด้วยเมนู Bakery สักหน่อย ขอแนะนำ Coro Scone ใช้มะเขือเทศเชอรี่สีแดงสดจากฟาร์มนำมาอบแห้ง แล้วนำมาทำเป็นสโคน ราดด้วยน้ำผึ้งหวานกำลังดี อร่อยละมุนลิ้นมาก

สโคนมะเขือเทศ

 

ปิดท้ายด้วยเมนูของหวาน ที่พลาดไม่ได้เลย อย่างเมนูโรตีไอซ์แลนด์ เรียกว่าเป็นไฮซ์ไลท์ของที่นี่เลย ไอศครีมทำจาเมล่อนของที่ฟาร์ม เสริฟ์พร้อมกับโรตีกรอบๆ และวิปครีมนุ่มๆ ราดด้วยซอสช็อคโกแลตหวานๆ เ รียกได้ว่าฟินสุดๆ     ไปเลย

โรตีไอซ์แลนด์

 

และในโซนใกล้ๆนี้เอง ก็จะเป็น Coro Market (โคโร มาร์เก็ต) มุมขายผลผลิตแบบ Organic สดๆ จากฟาร์ม คือนอกจากผลไม้ของที่นี่จะถูกดูแลแบบพิเศษแล้ว ยังบำรุงด้วยน้ำแร่ทุกต้น! เพราะฉะนั้นไม่ต้องเดาถึงรสชาติ ต้องอร่อยถูกใจทุกๆคนแน่นอน

ใครมาเที่ยวแถวอำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี อย่าลืมแวะมา Coro Field ชมฟาร์มเมล่อน Organic กันนะ ไม่เสียค่าเข้าชม แต่อาจจะมีค่าใช้จ่ายในการทำกิจกรรมแต่ละโซน และได้รับของที่ระลึกเก๋ ๆ กลับบ้านด้วย

 

ติดต่อสอบถาม  : 09 2569 4791
เปิดบริการ : วันจันทร์-ศุกร์ (เวลา 09.00 – 17.00 น.)  และวันเสาร์ – อาทิตย์ (เวลา 09.00 – 19.00 น.)
ที่อยู่ : 117 ถนนราชบุรี – ผาปก ตำบลป่าหวาย อำเภอสวนผึ้ง จังหวัดราชบุรี, 70180
เว็บไซต์ : www.facebook.com/corofieldTH

 

 

อิ่มท้องแล้วก็แวะไปเดินเล่นกันต่อ…ไปชมความงดงามของการจัดแสงสีภายในถ้ำแห่งแรกในประเทศไทยที่…           ถ้ำเขาบิน

     ถ้ำเขาบิน ตั้งอยู่ที่ตำบลหินกอง มีเนื้อที่ประมาณ 5 ไร่เศษ อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ มีความลึกจากปากถ้ำถึงบริเวณลึกสุดประมาณ 300 เมตร ภายในมีหินงอกหินย้อยวิจิตรตระการตา

 

ภายในถ้ำแบ่งออกเป็น 8 คูหา คือ ศิวสถาน โถงอาคันตุกะ ธารอโนดาต สกุณชาติคูหา เทวสถานสมสร กินนรทัศนา พฤกษาหิมพานต์ และอุทยานทวยเทพ

บรรยากาศภายในถ้ำ จะเป็นอย่างไรบ้างเราลงไปสำรวจกันเลย

จากปากถ้ำเดินลงมาอีกนิดหน่อยก็จะเริ่มเข้าสู่ภายในถ้ำห้องที่หนึ่ง ของถ้ำเขาบิน

ภายในถ้ำมีการจัดระเบียบทางเดินอย่างดีและจัดแสงไฟตามกลุ่มหินย้อยต่างๆ เพื่อเสริมจินตนาการให้แก่ผู้มาเที่ยวชม จัดว่าเป็นถ้ำแรกที่มีการจัดแสงสีภายในถ้ำเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ระหว่างการเดินชมถ้ำเขาบิน จะเริ่มรู้สึกร้อน ขอแนะนำว่าไม่ควรใส่เสื้อผ้าหนาๆ เข้ามา เพราะลักษณะของถ้ำเขาบินเป็น ถ้ำเป็น และยังมีทางเข้าออกแค่ทางเดียว จึงไม่มีลมพัดผ่านภายในถ้ำ อาจจะทำให้หายใจลำบาก แต่ถ้าหากเป็นคนที่ไม่มีโรคประจำตัวเกี่ยวกับความดันและระบบทางเดินหายใจก็ไม่น่าจะมีปัญหาในการชมความงามภายในถ้ำอย่างทั่วถึง

บางช่วงของถ้ำจะมีหินย้อยลงมาค่อนข้างต่ำ ต้องระวังศีรษะ โดยหินแต่ละช่วงก็จะมีลักษณะที่แต่งต่างกันออกไป บางช่วงจะมีหินงอกลงมาเป็นสีขาวและบางช่วงจะเป็นสีดำรูปร่างก็จะแล้วแต่สภาพอากาศในแต่ละห้องของถ้ำเขาบิน

หินงอกหินย้อยรูปพญาอินทรีย์

ชื่อถ้ำเขาบิน เชื่อว่ามาจากหินงอกหินย้อยรูปพญาอินทรีย์กางปีกดูสง่างาม

 

หินงอกรูปฤๅษี

 

ภายในถ้ำแห่งนี้ยังมีหินงอกหินย้อยรูปพระฤๅษี และหินด้านบนก็มีลักษณะเหมือนงู ชาวบ้านเชื่อว่าเป็นงูบริวารของพระฤๅษี และนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ที่มาก็จะมาขอพรทางท่าน ส่วนใหญ่ก็จะสมหวังตามที่ขอไว้

บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์

 

และภายในถ้ำยังมีบ่อน้ำแร่เล็กๆ ที่ชาวบ้านเชื่อกันว่าเป็นบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์อีกด้วย

 

ข้อควรระวังในการเดินชมถ้ำเขาบิน ภายในถ้ำเขาบินยังมีหยดน้ำที่ไหลซึมผ่านชั้นหินเพดานถ้ำ หยดลงมาที่พื้นถ้ำตลอดเวลา ถือได้ว่าถ้ำแห่งนี้เป็นถ้ำหินงอกหินย้อยที่ยังมีชีวิตอยู่ และที่พื้นถ้ำหรือเพดานถ้ำก็ยังสามารถมีหินย้อยเกิดขึ้นมาใหม่ได้ และไม่ควรจับหินงอกหินย้อย เพราะเหงื่อที่มือจะทำให้หินพวกนั้น ไม่สามารถเติบโตต่อไปได้อีก

 

สำหรับใครที่อยากมาลองสัมผัสกับบรรยากาศสวยงามในถ้ำนี้ด้วยตนเองติดต่อสอบถามได้ที่

ติดต่อสอบถาม : 03 239 1397 หรือ 03 239 1737-8
เปิดบริการ : ทุกวัน เวลา 08.30-17.00 น.
อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 20 บาท / เด็ก 10 บาท
ที่อยู่ : ถนนท้องถิ่น รบ. สายทางเข้าถ้ำเขาบิน ตำบล จอมบึง อำเภอเมืองราชบุรี ราชบุรี 70150
การเดินทาง : อยู่ห่างจากจังหวัดไปตามทางหลวงหมายเลข 3087 (สายราชบุรี-จอมบึง-สวนผึ้ง) ระยะทางประมาณ 22 กิโลเมตร บริเวณกิโลเมตรที่ 20 มีทางแยกซ้ายมือเข้าไปประมาณ 1.6 กิโลเมตร

 

ก่อนกลับกรุงกันดีกว่า ไปชมพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้ากันก่อนดีกว่า เราจะพาไปสถานที่ที่บรรยากาศดีๆ ถ่ายรูปสวยๆ จะเป็นที่ไหนตามกันมาเลย…

 

สถานที่แห่งนี้เรียกได้ว่าฟินที่สุดในราชบุรีเลยก็ว่าได้ ท่ามกลางทะเลสาบ พร้อมวิวภูเขา เป็นจุดชมพระอาทิตย์ที่สวยที่สุดอีกแห่งในราชบุรีเลย นั่นก็คือ…อุทยานหินเขางู

 

 

     อุทยานหินเขางู แหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติ ที่อยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนัก เดิมทีเป็นแหล่งระเบิดหิน ปัจจุบันได้เปลี่ยนมาเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจ หากมาที่นี่จะพบกับวิวสวยๆ ของธรรมชาติ ท่ามกลางทะเลสาบที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาเหมาะสำหรับคนที่ชอบถ่ายรูป เรียกได้ว่าห้ามพลาดเลยทีเดียว

อุทยานหินเขางู เป็นอุทยานหินสวนป่าตังอยู่ที่ตำบลเกาะพลับพลา อำเภอเมือง แต่ก่อนเป็นแหล่งระเบิดและย่อยหินที่สำคัญของไทยตั้งแต่สมัยต้นรัตนโกสินทร์ เนื่องจากเป็นปูนที่มีคุณภาพดี แล้วถ้าพูดถึงบรรยากาศตอนที่มาเหยียบที่นี่ครั้งแรก เหมือนหลุดไปอยู่ในหนังจีนยุคโบราณเลย…ทั้งรูปแบบของสะพาน , ทางเดิน และสภาพภูมิทัศน์สวยงามมาก

 

ภายในอุทยานหินเขางูแห่งนี้ มีสถานที่ท่องเที่ยวทางโบราณคดีอยู่หลายแห่ง ซึ่งจะเป็นถ้ำที่อยู่บนภูเขามี ถ้ำฤๅษี ถ้ำฝาโถและถ้ำจีน-จาม แต่ละถ้ำอยู่ไม่ไกลกัน แต่ต้องเดินขึ้นบันไดไต่เขาไปค่อนข้างสูง บริเวณรอบๆ ก็จะมีฝูงลิงอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก

 

เป็นยังไงกันบ้างสวยงามไม่น้อยเลยใช่ไหมล่ะ สำหรับใครที่อยากตามไปชมความงามและชมพระอาทิตย์ตกดิน พร้อมเก็บภาพสวยๆ ล่ะก็ เชิญได้ที่ อุทยานหินเขางู ขอบอกเลยว่าไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้าชม

 

ติดต่อสอบถาม : 063 472 5562
เปิดบริการ : เปิดบริการทุกวัน เวลา 8.00 น. – 18.00 น.
ที่อยู่ : ตำบล เกาะพลับพลา อำเภอเมืองราชบุรี ราชบุรี 70000
การเดินทาง : ห่างจากตัวเมืองไปตามเส้นทางหลวงหมายเลข 3087 ถนนสายราชบุรี-จอมบึง-สวนผึ้ง ห่างจากตัวเมืองราชบุรีไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ ประมาณ 8 กิโลเมตร จะพบสี่แยกให้เลี้ยวขวาแล้ว มาประมาณ 1 กม. จะพบอุทยานหินเขางู อยู่ด้านซ้ายมือ