เตือนภัยนักท่องเที่ยวถูกตัดกุญแจล็อกกระเป๋า รื้อของที่สนามบินสุวรรณภูมิ

265

นักท่องเที่ยวไทยเดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น  โดยขึ้นเครื่องบินจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปลงที่สนามบินโอกินาว่า แต่เมื่อถึงปลายทางกลับพบว่ากระเป๋าเดินทางถูกตัดกุญแจออก ข้าวของด้านในถูกรื้อค้นกระจัดกระจาย โดยคนร้ายยังลืมนาฬิกาข้อมือทิ้งไว้ในกระเป๋าเดินทางของผู้เสียหายด้วย  จึงทำให้ผู้เสียหายมั่นใจว่า กระเป๋าของเขา ถูกรื้อค้นที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ 

คลิปวีดิโอจากกล้องโทรศัพท์มือถือของผู้เสียหาย ที่บันทึกไว้เมื่อวันที่  25 กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมาขณะเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่น โดยมีต้นทางจากสนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อถึงที่หมาย ที่สนามบินโอกินาว่ากลับพบร่องรอย มีการตัดกุญแจ รื้อค้นกระเป๋าเดินทาง ข้าวของด้านในกระจัดกระจาย โดยมีเพื่อนร่วมทริปอีก ประมาณ 6 คน ถูกตัดกุญแจ และรื้อกระเป๋าเช่นกัน

ในกระเป๋าของผู้เสียหายยังพบนาฬิกาข้อมือของคนร้ายที่ทำตกไว้ ซึ่งเป็นเวลาของประเทศไทย นี่จึงทำให้ผู้เสียหายมั่นใจว่า กระเป๋าเดินทางของเขาถูกตัดกุญแจ และถูกรื้อมาจากสนามบินสุวรรณภูมิ

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ที่สนามบินสุวรรณภูมิ ย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาพบว่ามีพนักงานขนถ่ายสัมภาระผู้โดยสารของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในสนามบินสุวรรณภูมิแอบฉกทรัพย์สินในกระเป๋าของผู้โดยสาร ซึ่งกล้องวงจรปิดสามารถบันทึกภาพขณะที่คนร้ายก่อเหตุเอาไว้ได้อย่างชัดเจน นี่ถือว่าเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่ทำให้ตำรวจสามารถตามจับตัวนายสุบิน ชิงรัมย์ ผู้ก่อเหตุวัย 28 ปีเอาไว้ได้ ขณะที่เขากำลังขนถ่ายสัมภาระให้ผู้โดยสารตามปกติ ซึ่งเขารับสารภาพว่าเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้งได้ทรัพย์สินไปหลายรายการแต่ไม่เคยถูกจับได้จึงย่ามใจกลับมาก่อเหตุอีก

หากย้อนกลับไปเมื่อวันที่  30 มีนาคม 2558 ก็พบว่ามีเจ้าหน้าที่ตรวจสัมภาระที่สนามบินสุวรรณภูมิ แอบหยิบเงินของผู้โดยสารขณะกำลังเดินผ่านช่องสแกน แต่แม่ของผู้เสียหายเห็นก่อน จึงถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐาน เมื่อถูกจับได้เจ้าหน้าที่กลับอ้างว่า กำลังนำเงินที่ผู้โดยสารทำตกเก็บคืนใส่กระเป๋าให้ แต่ผู้เสียหายไม่เชื่อจึงแจ้งตำรวจให้ตรวจสอบ กระทั่งเขายอมรับสารภาพว่าตั้งใจขโมยจริง ทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ  จึงไล่นาย เริ่มฤกษ์ ทองจัตุ ผู้ก่อเหตุออกจากงาน พร้อมขึ้นบัญชีดำไม่ให้เขาผ่านเข้าออกภายในสนามบินสุวรรณภูมิอีก

นี่เป็นเพียงเหตุการณ์บางส่วนที่เกิดขึ้นที่สนามบินสุวรรณภูมิ ซึ่งตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา  พบว่ามีเหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นแล้วถึง 15 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งจะมีผู้เสียหายนำเรื่องราวออกมาโพสต์เตือนภัยในโลกออนไลน์

ล่าสุดพบว่านายโกกิ อากิ นักธุรกิจชาวญี่ปุ่น ที่เคยถูกแท็กซี่สุวรรณภูมิ เรียกค่าโดยสารแพงเกินจริง ได้ออกมาโพสต์เฟซบุ๊กถึงสนามบินสุวรรณภูมิ อีกครั้ง โดยเปรียบสนามบินสุวรรณภูมิ เสมือนประตูของประเทศไทย แต่กลับพบว่ามีเหตุการณ์ที่สร้างความเสื่อมเสียเช่นนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอยากให้คนไทยได้ตระหนักถึงการแก้ไข้ปัญหานี้อย่างจริงจัง

ขณะที่ผู้กำกับการตำรวจภูธรท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ได้ออกมาเตือนประชาชนและนักท่องเที่ยวให้เก็บทรัพย์สินมีค่าติดตัวตลอดการเดินทางเพื่อลดความสูญเสียจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และหากผู้ใช้บริการท่านใดประสบเหตุดังกล่าว สามารถแจ้งศูนย์รักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิได้ตลอด 24 ชั่วโมง

กรองทอง  จันทะบุรม

รายงาน