มหาเถรสมาคมพิจารณาปมอาบัติปาราชิกอดีตพระธัมมชโย ยันมีขั้นตอน

156

   หลังจากมีคำสั่งถอดถอนสมณศักดิ์อดีตพระธัมมชโย ล่าสุดวันนี้(10 มี.ค.) มหาเถรสมาคมมีการประชุมพิจารณาถึงเรื่องดังกล่าว พร้อมเผยขั้นตอน หลังจากนี้เจ้าคณะจะเป็นผู้วินิจฉัยตามกฎ 21 ของมหาเถรสมาคม ว่าพระไชยบูลย์จะต้องอาบัติปาราชิกหรือไม่ ซึ่งต้องใช้ระยะเวาลาและทำเป็นขั้นตอน

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติยืนยัน ขณะนี้มหาเถรสมาคมรับทราบการถอดถอนสมณศักดิ์พระไชยบูลย์ สุทธิผล หรืออดีตพระเทพญาณมหามุนี และพระทัตตชีโว พร้อมยืนยันว่ายังไม่สามารถจับพระไชยบูลย์สึกได้ทันที เพราะมหาเถรสมาคมไม่มีอำนาจในการจับสึก ขั้นตอนหลังจากนี้ เจ้าคณะใหญ่หนกลางจะเป็นผู้พิจารณาตามกระบวนการ จากการขอใช้กฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21 ซึ่งต้องทำตามลำดับขั้นตอน

ก่อนหน้านี้พระไชยบูลย์ ยังคงสมณศักดิ์ พระเทพญาณมหามุนี และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย การพิจารณาอาบัติปราชิกจึงเป็นอำนาจของมหาเถรสมาคม แต่เมื่อถูกถอดสมณศักดิ์เท่ากับว่าเป็นพระสงฆ์ในสังกัด หรือพระลูกวัด ซึ่งเจ้าคณะใหญ่หนกลางจะเป็นผู้วินิจฉัย ตามกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 21

กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 ว่าด้วยการให้พระภิกษุสละสมณเพศ เป็นกระบวนการวินิจฉัยการสละสมณเพศ เริ่มจาก เจ้าคณะใหญ่หนกลางจะเป็นผู้พิจารณา ส่งต่อ เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัด เจ้าคณะตำบล และเจ้าอาวาสที่พระสงฆ์รูปนั้นสังกัดอยู่ ซึ่งหากมีคำวินิจฉัยให้อาบัติปาราชิก ก็จะต้องสละสมณเพศภายใน 3 วัน ซึ่งหากพบตัวพระสงฆ์รูปดังกล่าวก็สามารถจับสึกได้ทันที แต่หากไม่พบตัวก็สามารถทำได้ โดยติดประกาศคำวินิจฉัย ถือว่ารับทราบ และต้องสละสมณเพศภายใน 3 วัน หากไม่ปฎิบัติตามสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ฝ่ายบ้านเมืองจับสึกได้ทันทีหากพบตัว

ย้อนกลับไปปี 2537 พระสงฆ์ที่เคยถูกใช้กฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 21 อาบัติปาราชิก คือ พระยันตระ อมโรภิกขุ หรือ นายวินัย ละอองสุวรรณ พระนักเทศที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น โดยมหาเถรสมาคมมีมติ ให้พระยันตระสละสมณเพศ เพราะเสพเมถุน ซึ่งกรณีดังกล่าวถูกนำมาเปรียบเทียบกับการอาบัติปาราชิกของพระไชยบูลย์

สำหรับสาเหตุที่ทำให้พระสงฆ์อาบัติปาราชิก มีทั้ง หมด 4 ข้อ คือ เสพเมถุน ลักขโมย ฆ่ามนุษย์ และพูดอวดคุณวิเศษ ซึ่งกรณีของพระไชยบูลย์เข้าข่ายพูดอวดสรรพคุณ ส่วนการดำเนินคดีกับไชยบูลย์ล่าสุด ดีเอสไอ อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอศาลอนุมัติหมายจับพระไชยบูลย์ เพิ่มอีก 10 หมาย ไม่ว่าจะมีมติให้อาบัติปาราชิกหรือไม่ ก็ไม่มีผลกระทบกับการดำเนินคดี เพราะขณะนี้สถานะของพระไชยบูลย์คือผู้ต้องหาหลบหนีหมายจับ

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน