น้ำตาลยืนยันไม่เคยรับของขลัง- ปัดต้นเหตุทำหลวงพ่อปรีชาสึก

165

น้ำตาล ชลิตา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ยอมรับไปกราบหลวงพ่อปรีชาและเป็นลูกศิษย์จริง แต่ยืนยันไม่เคยได้รับเครื่องรางของขลังหรือแสงสีทอง

จากกรณีพระครูบรรพตพัฒนคุณหรือหลวงพ่อปรีชา อดีตเจ้าอาวาสวัดเขาอิติสุคโต อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์  ให้ลูกศิษย์ประกาศผ่านเฟซบุ๊กว่าได้ลาสิกขาแล้ว หลังบวชมานานถึง 33 พรรษา สร้างความงุนงงให้กับลูกศิษย์จำนวนมาก  ซึ่งในเฟซบุ๊กได้ชี้แจงเกี่ยวกับสาเหตุต่างๆ รวมถึงเรื่องที่หลวงพ่อชอบไก่ชนที่ถูกหยิบยกมาเป็นประเด็น

ขณะที่อีกข้อความหนึ่งที่หลวงพ่อทิ้งเอาไว้เหมือนเป็นการพาดพิงนางงามชื่อดังคนหนึ่ง โดยข้อความนั้นระบุว่า “ส่วนเครื่องรางของขลังที่ออกไปนั้นไม่ต้องกลัวเสื่อมให้เก็บเอาไว้ให้ดี จะมีราคาควรเมืองในวันข้างหน้า และอยากบอกว่าคนที่เราให้แสงสีทองไปเพื่อประกวดนางงามและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยจึงให้ไป แต่ไม่ทำตามสัญญาไม่ยอมเอาแสงสีทองที่หลวงพ่อมอบให้มาคืนไม่รักษาสัจจะวาจา แสงสีทองนั้นปฏิบัติได้มา ไม่ยอมเอามาคืนตามสัญญา เราอยู่ไม่ได้แล้ว เราถือสัจจะวาจายิ่งกว่าชีวิต จึงขอปิดตำนานเจ้าอาวาส วัดเขาอิติสุคโต”

ต่อมาหลายคนต่างโยงว่านางงามที่อ้างอิงถึงน่าจะเป็น “น้ำตาล ชลิตา” มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ ที่เพิ่งสร้างชื่อเสียงให้ประเทศไทย ทั้งนี้ทางเฟซบุ๊กวัดเขาอิติสุคโตหัวหินยังเคยโพสต์เชียร์น้ำตาลในช่วงการประกวดมิสยูนิเวิร์สที่กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ โดยทางวัดระบุว่าน้ำตาลเป็นศิษย์วัดเขาอิติสุคโตด้วย

ล่าสุดน้ำตาลเปิดเผยกับสื่อมวลชนในงานเทศกาลภาพยนตร์ญี่ปุ่น sense of Japanese film week 2017 ว่าตามปกติเป็นคนชอบทำบุญและมักจะทำบุญตามวัดหรือสถานที่ต่างๆอยู่เป็นประจำ และที่วัดเขาอิติสุคโตก็เคยไปทำบุญ กราบนมัสการหลวงพ่อปรีชา ซึ่งตนเองก็เป็นศิษย์ของวัดนี้ด้วยเหมือนกัน โดยก่อนที่จะมีการประกวดมิสยูนิเวิร์สฯ ได้เข้าไปกราบขอพรหลวงพ่อ ซึ่งหลวงพ่อก็ได้ให้พรขอให้ประสบความสำเร็จในสิ่งที่ตั้งใจไว้ ซึ่งยืนยันไม่ได้รับเครื่องรางของขลังมาแต่อย่างใด  ส่วนที่ทางเพจออกมาระบุว่า เอาแสงสีทองไปนั้นคิดว่าอาจเกิดจากความเข้าใจผิด  ซึ่งเมื่อวันที่ 10 มี.ค. ก็ได้กลับไปไหว้แล้วแต่ไม่เจอกัน ยืนยันยังศรัทธาพระอาจารย์เหมือนเดิม และคิดว่าตนเองไม่เกี่ยวกับการที่พระอาจารย์ลาสิกขา

ขอบคุณภาพและข้อมูลจากเฟซบุ๊ก วัดเขาอิติสุคโต หัวหิน

ขอบคุณภาพจาก IG namtanlitaa