จับแล้วคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์พระธุดงค์กลางป่ายูคาลิปตัส จ.อุบลราชธานี

216

   ความคืบหน้าเหตุคนร้ายฆ่าชิงทรัพย์พระธุดงค์ ที่ปักกลดอยู่กลางป่ายูคาลิปตัส หลังห้างดังในจังหวัดอุบลราชธานี ล่าสุดตำรวจรวบตัวคนร้ายได้แล้ว สารภาพทำทีเข้าไปกราบไหว้ ก่อนกลับมาใช้ไม้กระหน่ำฟาดศีรษะจนมรณภาพ โดยเงินที่ได้ นำไปซื้อยาบ้ามาเสพ  

เช้าวันที่ 12 มีนาคมที่ผ่านมา ตำรวจเข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุภายในป่ายูคาลิปตัส หลังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง เมืองอุบลราชธานี พบศพพระสงฆ์รูปหนึ่งนอนมรณภาพสภาพยังนุ่งสบงและสวมอังสะ ที่ศีรษะและใบหน้าถูกตีด้วยของแข็ง จนกะโหลกศีรษะแตกและใบหน้ายุบ ตามลำตัวมีบาดแผลถูกทำร้ายหลายแห่งใกล้กันพบกลดและเครื่องอัฐบริขารถูกรื้อค้น และยังพบไม้เท้าสภาพหักหลายท่อน มีคราบเลือดติดอยู่วางอยู่ใกล้ศพ

ตำรวจตรวจสอบพบหนังสือสุทธิพระ ระบุชื่อพระเกตุ ธัมมกาโม หรือ นายเกตุ ชัยพา อายุ 71 ปี พระลูกวัดคีรีเขต ตำบลยายแย้มพัฒนา อำเภอเฉลิมพระเกียรติ จังหวัดบุรีรัมย์ พบหลักฐานจากวงจรปิดบริเวณสถานีรถไฟอุบลราชธานี   จับภาพ ขณะพระเกตุเดินลงจากรถไฟ ในช่วงเวลา17.00 น. ของวันที่ 11 มีนาคม โดยนั่งพักบริเวณชานชาลาอยู่สักพัก จากนั้นเดินข้ามถนน ผ่านสี่แยกชุมชนเกตุแก้ว ก่อนที่รุ่งเช้าจะมาพบศพถูกฆ่ากลางป่ายูคาลิปตัส ซึ่งห่างจากสถานีรถไฟเพียง 1 กิโลเมตร

น้องสาวของพระเกตุ เล่าว่า ก่อนวันเกิดเหตุ หลวงพ่อได้โดยสารรถไฟมาจากจังหวัดบุรีรัมย์เพียงลำพัง เพื่อมาธุดงค์ปฏิบัติธรรมที่เมืองอุบลราชธานี ซึ่งปกติแล้วพระเกตุจะออกเดินธุดงค์ไปในพื้นที่ต่างๆ หลังออกพรรษาเป็นประจำไม่คิดว่าจะมีคนร้ายลงมือฆ่าได้แม้กระทั่งพระสงฆ์

หลังเกิดเหตุตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่ไปยังชุมชนใกล้ที่เกิดเหตุ หลังพบข้อมูลว่าคนร้ายน่าจะเป็นวัยรุ่น ที่มีพฤติกรรมติดยาเสพติดกระทั่งล่าสุดสามารถรวบตัว 2 คนร้ายได้คาบ้านพักในชุมชนดังกล่าว คือนายพุทธกาล หรือ ไหม่ ศรีหิน อายุ 27 ปี และ นายภาณุวัฒน์ หรือ บ๊อบบี้ คำมิ่ง อายุ 29 ปี ตำรวจเค้นสอบนานกว่า 5 ชั่วโมง ก่อนจะรับสารภาพว่าได้ร่วมกันฆ่าพระจริง

ผู้ต้องหารับสารภาพว่าวันเกิดเหตุกำลังจะไปเที่ยวงานบุญที่วัดในตัวเมือง ระหว่างทางได้พบกับพระเกตุปักกลดบริเวณเนินดินในป่ายูคาลิปตัส จึงทำทีเข้าไปกราบไหว้ เพื่อสำรวจดูทรัพย์สินจากนั้นก็ชวนกันขี่รถออกไปก่อนวนกลับมา  แล้วพบว่าพระสงฆ์อยู่ในกลด จึงออกอุบายให้พระเดินออกมาจากนั้นก็ลงมือใช้ไม้เท้าของพระกระหน่ำฟาดศีรษะ แล้วชิงเอาเงินในซองปัจจัยจำนวน 6 พันบาท นำไปซื้อยาบ้าเสพ

คดีนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับชาวบ้านอย่างมากเพราะผู้เสียชีวิตเป็นพระสงฆ์และถูกฆ่าอย่างเหี้ยมโหด โดยผู้ต้องหาทั้ง 2 คนถูกตำรวจแจ้งข้อหาหนัก ร่วมกันชิงทรัพย์และฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาพร้อมคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพยังจุดเกิดเหตุ ท่ามกลางการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวด เพราะเกรงถูกชาวบ้าน รุมประชาทัณฑ์ จากนั้นคุมตัวฝากขังดำเนินคดี

จุฑารัตน์  มีช้าง

รายงาน