เจาะเกาะติด – เปิดประวัติ “ซินแสโชกุน” มีคดีและหมายจับ เปลี่ยนชื่อนับ 10 ครั้ง

286

   เราย้อนกลับไปดู ประวัติของนางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือซินแสโชกุน ประธานบริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ที่ตำรวจออกมาเปิดเผยว่าเคยถูกแจ้งความดำเนินคดีฉ้อโกงมาแล้วหลายครั้งและที่ผ่านมามีการเปลี่ยนชื่อ นามสกุล นับ 10 ครั้ง เพื่อใช้เปิดและจดทะเบียนบริษัท

เสียงสะท้อนบางส่วนของนักท่องเที่ยว จากเหตุความวุ่นวายที่สนามบินสุวรรณภูมิ เมื่อช่วงค่ำวันที่ 11 เมษายน หลังมีนักท่องเที่ยวนับพันคนถูกปล่อยลอยแพ จากการซื้อทัวร์ไปเที่ยวประเทศญี่ปุ่น โดยนักท่องเที่ยวเหล่านี้เป็นกลุ่มสมาชิกที่ซื้อผ่านบริษัทขายตรงภายใต้ชื่อ เวลท์ เอเวอร์ จำกัด มีนางสาวพสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือที่คนในวงการเรียกกันว่าซินแส โชกุน สาวทอม วัย 31 ปี เป็นประธานบริษัท

หลังเกิดเหตุความวุ่นวาย เจ้าตัวได้โพสต์คลิป ขอยกเลิกทริปดังกล่าว อ้างว่ามีลูกทัวร์ไปแจ้งความ ทำให้เกิดความเสียหาย ไม่สามารถนำเครื่องเช่าเหมาลำมาได้หลังเกิดเหตุ สังคมออนไลน์เผยแพร่คลิปวิดีโอ ที่ซินแสโชกุนพยายามโน้มน้าวลูกทัวร์ ยืนยันว่าบริษัทไม่ได้หลอกลวงและเคยพาคนไปเที่ยวญี่ปุ่นมาแล้วหลายครั้ง

จากการตรวจสอบประวัติพบว่านางสาวพสิษฐ์ หรือซินแสโชกุน เคยถูกแจ้งความรวม 6 คดี ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปี 2559 ในคดีฉ้อโกงทรัพย์ คดียักยอกทรัพย์ พื้นที่นนทบุรี คดีฉ้อโกงทรัพย์ พื้นที่สน.ปทุมวัน คดีฉ้อโกงประชาชน คดีฉ้อโกงทรัพย์ พื้นที่จังหวัดนครราชสีมา และล่าสุดถูกศาลแขวงพระนครเหนือออกหมายจับในข้อหาฉ้อโกง หลังติดต่อลูกสาวของผู้เสียหายวัย 9 ขวบ ไปถ่ายแบบที่ประเทศญี่ปุ่น โดยยึดเงินค่ามัดจำ จำนวน 220,000 บาท ก่อนหายตัวไปที่ผ่านมาเคยถูกศาลอนุมัติหมายจับรวม 3 ครั้ง แต่ทุกครั้งผู้เสียหายได้ถอนคำร้องทุกข์ไม่ดำเนินคดี หลังได้รับการชดใช้เงินคืน

ขณะที่ข้อมูลจากทะเบียนราษฎร์พบว่า ชื่อและนามสกุลของซินแสโชกุน ถูกเปลี่ยนมาแล้ว ถึง 10 ครั้ง ภายในระยะเวลา 16 ปี โดยเปลี่ยนชื่อ 5 ครั้ง และนามสกุลอีก 5 ครั้งเพื่อใช้เปิดเเละจดทะเบียนบริษัท

ข้อมูลจากสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือ สคบ. พบว่า บริษัท เวลท์ เอเวอร์ จำกัด ได้จดทะเบียนกับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2560 ด้วยทุนจดทะเบียน 2 ล้านบาท มีจุดประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจ การขายส่งเครื่องดื่มประเภท ชา กาแฟ ยืนยันว่าบริษัทดังกล่าวไม่ได้รับใบอนุญาตให้จดทะเบียนขายตรง แต่อย่างใด

ภาณุพงศ์ สุรภาพ

รายงาน