กินง่าย เที่ยวเพลิน เดินชิล ณ เมืองตรัง!!

594

DAY 1

อยู่กรุงเทพฯ อากาศก็ร้อนไม่ต่างจากที่อื่น หาที่เที่ยวโดดน้ำดับร้อนกันดีกว่า ภาคใต้ช่วงนี้ก็น่าจะดีอากาศเป็นใจฟ้าคงโปร่งน่าดูเข้า Internet หาอ่านรีวิวเที่ยวแบบชิลๆ ก็ไปโดนใจจังหวัดตรังเข้าให้ ว่าแล้วก็จองตั๋วเครื่องบินลงสู่สนามบินตรังกันเลย แบกกระเป๋าใบน้อยใส่ของไม่มากนัก ใช้เวลาเดินทางไม่นานชั่วโมงกว่าๆก็มาถึงแล้ว ทริปนี้เราเช่ารถยนต์ส่วนตัว มันสะดวกและเร็วดี ที่สำคัญเราชอบขับรถชมวิวด้วย เปิด GPS แล้วไปลุยกันเลย

แต่กองทัพก็ต้องเดินด้วยท้อง มาตรังทั้งทีก็ต้องมาชิมติ่มซำกันซะหน่อย เดินทางตามหาพิกัดความอร่อยมื้อแรกกันที่ ร้านเลตรัง 2 ร้านนี้อยู่ที่ถนนไทรงามซึ่งอยู่ในตัวเมืองตรังเลย ร้านสวยหรูตกแต่งอย่างดี ใครที่ชอบรับลมก็เลือกนั่งโซนด้านนอกแต่ถ้าชอบแบบแอร์เย็นฉ่ำก็มานั่งด้านในสบายไปอีกแบบ เมนูติ่มซำที่นี่ก็มีให้เลือกมากมาย จุใจสุดๆมาร้านนี้ต้องลอง 2 เมนูนี้ค่ะ หอยจ้อปู เนื้อเน้นๆเต็มคำจริงๆ กับอีกจานที่พลาดไม่ได้คือ โจ๊กจอมหงวน รสชาติอร่อยกลมกล่อมมากๆ

อิ่มท้องละเราก็หาพิกัดต่อไปนั่นก็คือขับรถไปเที่ยวกันตังดีกว่า เพราะที่นี่นะมีอะไรน่าสนใจเยอะเลย

     จุดแรกก็ต้องมา Check in ก็คือ สถานีรถไฟกันตัง เป็นสถานีรถไฟสุดทางของทางรถไฟสายใต้ฝั่งทะเลอันดามัน ที่นี่มีทั้งส่วนของตัวอาคารและชานชาลาที่ยังคงเอกลักษณ์เดิมตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 ปัจจุบันได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานอีกด้วย นับเป็นสถานีรถไฟที่สวยงามมาก ได้บรรยากาศเหมือนเราย้อนเวลามาอยู่ในยุคอดีตเลยก็ว่าได้

     ด้านตรงข้ามของสถานีรถไฟเป็นที่ตั้งของ ห้องสมุดรถไฟ เป็นโบกี้รถไฟสองตู้ที่ไม่ใช้งานแล้วนำมาดัดแปลงติดแอร์ ภายในมีบรรณารักษ์นั่งโต๊ะเพื่อให้ลงชื่อในสมุดก่อนอ่านหนังสือด้วย มีหนังสือหลายหมวดหมู่เลย ที่นั่งอ่านก็ยังคงความเป็นรถไฟ แต่เพิ่มโต๊ะเพื่อให้การอ่านหนังสือสะดวกขึ้นเท่านั้นเอง กว่าเราจะออกจากห้องสมุดได้ก็ใช้เวลาเป็นชั่วโมงนั่งอ่านเพลินเลย…

     ออกมาข้างนอกตรงข้ามกับห้องสมุดมี ร้านกาแฟสถานีรัก ที่นี่มีเมนูเครื่องดื่มและขนมให้เลือกเยอะเลย แอบไปอ่านเจอในรีวิวเค้าบอกว่า ถ้ามาร้านนี้ต้องลองชิม น้ำมะม่วงเบาปั่น กับ Bannoffee ว่าแล้วก็จัดเลยสองเมนู รสชาติของน้ำมะม่วงเบาปั่นบอกได้เลยว่าถูกใจมาก เปรี้ยวนิดๆ หวานหน่อยๆ ดื่มแล้วสดชื่นขึ้นมาทันที ส่วน Bannoffee ของเค้านะมันทั้งหวาน มัน รสชาติกล้วยหอมโดดเด่นมาก ถูกใจคอขนมหวานอย่างเรามากๆ เอาเป็นว่าสองเมนูนี้สั่งแล้วไม่ผิดหวังแน่นอน

     นั่งชิลสักพักเราก็ขับรถออกมาตามหา พิพิธภัณฑ์พระยารัษฎานุประดิษฐ์ ซึ่งตั้งอยู่ถนนหน้าค่าย ที่นี่เป็นบ้านพักของอดีตเจ้าเมืองตรัง พระยารัษฎานุประดิษฐ์มหิศรภักดี เป็นเรือนไม้ 2 ชั้น มีรูปปั้นหุ่นขี้ผึ้งของท่านและเครื่องมือเครื่องใช้ในชีวิตประจำวันของท่านยังคงอยู่อย่างครบถ้วน มีประวัติเพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษาอีกด้วย

     ก่อนจะบอกลาเมืองกันตังขอแวะดู ต้นยางพาราต้นแรกของประเทศไทย ซะหน่อย รูปร่างของต้นยางต้นนี้อาจไม่เหมือนต้นยางที่เราเคยเห็นตามสวนยางทั่วไป เป็นต้นยางที่ได้มาจากสวนยางพาราสวนแรกในประเทศไทย

     เดินเที่ยวเพลินจนใกล้จะเย็น เราก็ไปหาที่พัก อะๆ มาตรังทั้งที เราก็ขอพักแบบชาวเลเพื่อให้อินกับบบรยากาศนิดนึง สำหรับคืนนี่เราตั้งใจจะเข้าพักที่ “บ่อหินฟาร์มสเตย์” เป็นที่พักแนวโฮมสเตย์ที่ตั้งอยู่ในตำบลบ่อหิน อำเภอสิเกา จากกันตังใช้เวลาเดินทางประมาณชั่วโมงเศษก็มาถึงจุดหมายปลายทางของวันนี้ ทันทีที่มาก็สัมผัสได้ถึงความเป็นกันเองของพี่ๆเจ้าของบ้าน บรรยากาศเหมือนเรามานอนเที่ยวบ้านญาติสบายไปอีก

     แอบส่องห้องพักว่าคืนนี้จะนอนห้องไหนดี พี่ๆเค้าก็ใจดีเปิดให้เราดูทุกห้อง…เริ่มจากขวามือเป็น เรือนปลากะพง เรือนนี้เป็นเรือนพัดลมมีทั้งหมด 3 ห้อง ห้องค่อนข้างใหญ่เหมาะกับการมาเป็นกรุ๊ป

ถัดมาเป็น เรือนปลาเก๋า มี 5 ห้อง ทุกห้องเป็นห้องพัดลมนอนได้ 3-5 คนสบายๆ

เรือนสุดท้ายยังไม่มีชื่อ เป็นห้องแอร์ 2 ห้อง ห้องพัดลม 1 ห้อง

เลือกพักได้ตามอัธยาศัย เห็นแบบนี้ 80 คน ก็พักได้สบายๆเลยนะและถึงเป็นห้องพัดลม ก็ไม่ร้อน ลมเย็น สบายตลอดคืน พวกเครื่องดื่มกาแฟ โอวัลติน น้ำดื่ม มีบริการตลอด และยังมีร้านขายชำอยู่หน้ารีสอร์ทอีกด้วย

สุดท้ายก็เลือกนอนห้องแอร์แบบ 4 คน เพราะถ้าเอาห้องพัดลมให้อินกับบรรยากาศ ห้องก็จะกว้างเกินไป เดี๋ยวดึกๆ จะแบบเหงา…ไม่เอาดีกว่า ฮ่าๆ งีบพักเหนื่อยไปหน่อยก็ได้เวลาตื่น เตรียมตัวไปนั่งเรือเที่ยวชมบรรยากาศตามโปรแกรมที่เค้าจัดไว้ให้…เริ่มจากพาไปดู น้ำพุทะเลร้อน ซึ่งมีแห่งเดียวในประเทศไทย มีอุณภูมิประมาณ 45 องศา สามารถสัมผัสแบบใกล้ๆได้อีกด้วย จากนั้นไปเที่ยวชม เกาะหลอหลอ อ่าวบุญคง และ หาดเก็บตะวัน ที่อยู่ในบริเวณเดียวกัน เป็นการนั่งเรือชมธรรมชาติที่คุ้มมากๆ เรารู้สึกสงบ เหมือนได้มาพักผ่อนจริงๆ อากาศบริสุทธิ์มากเลย ไม่ร้อนจนเกินไป มีลมทะเลพัดตลอด แต่เป็นไปได้ทากันแดดกันไว้ก็จะดีไม่น้อย…

หาดเก็บตะวัน
เกาะหลอ หลอ

บ่อน้ำพุร้อน

กลับเข้าที่พักก็จัดหนักแบบชุดใหญ่ไฟกระพริบกับอาหารจานเด็ดฝีมือพี่ๆ ก็บอกได้เลยว่า…หรอยจังฮู้!!

DAY 2

ตื่นมาพร้อมอากาศที่สดใสที่นี่มีอาหารเช้าให้ด้วยมี ข้าวต้มปลารสชาติหอมหวานกลมกล่อมมากและยังมี ข้าวเหนียวสังขยา ปาท่องโก๋ อีกด้วยเผื่อใครยังไม่อิ่ม อาหารเช้าแบบเรียบง่ายแต่อิ่มท้องพอสมควรเลย เมื่อพูดถึงอาหารที่นี่เขามีของขึ้นชื่อด้วยนะอย่าง ปลาเค็มกางมุ้ง ของกลุ่มแปรรูปอาหารทะเลบ่อหินและยังเป็นต้นตำหรับปลาเค็ม สุดยอดความอร่อยรับประกันสินค้า OTOP ระดับ 5 ดาว ของดีของเด็ดอำเภอสิเกา จังหวัดตรัง

อะๆ แต่ทริปของวันนี้ยังไม่จบแค่นี้นะ ยังมีไฮไลท์อีกหนึ่งจุดที่ไม่ควรพลาด มาทะเลไม่ลงสัมผัสน้ำทะเลมันก็ยังไงอยู่นะ งั้นก็จัดกันเลยกับ ถ้ำมรกต ซึ่งอยู่ที่ เกาะมุก ถ้ำแห่งนี้ถูกจัดให้เป็น Unseen Thailand ที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศไทยเลย เพราะไม่ว่าใครที่ต้องการจะเดินทางเข้าไปชื่นชมภายในถ้ำ ทุกคนจำเป็นต้องสวมเสื้อชูชีพแล้ว่ายน้ำผ่านโถงถ้ำที่มืดสนิทเป็นระยะทางยาวกว่า 80 เมตร เข้าไปจนเจอแสงสว่างของปากถ้ำ เราเป็นคนชอบทะเลเลยไม่ค่อยกลัวออกจะสนุกและลุ้นมากกว่า พอมาถึงปากถ้ำ มันสวยมาก มีหาดทรายเล็กๆและภูเขาล้อมรอบ มันคุ้มและหายเหนื่อยมากๆ น้ำทะเลทางปากถ้ำเจอแสงแดดสะท้อนจนมันใสและเป็นสีเขียวมรกต มันสุดยอดมากๆเลย

ขึ้นจากทะเลล้างเนื้อล้างตัวเรียบร้อยก็พร้อมกลับบ้าน แต่เราจองตั๋วเครื่องบินกลับช่วงดึก เวลาก็เหลือเลยเลือกไปเดินเล่นชิลๆกันที่ ตลาดชินตา Night Market ตลาดสุดชิคของคนตรัง ตั้งอยู่ที่สามแยกพรศิริกุล ถนนรัษฎา อำเภอเมืองตรัง จังหวัดตรัง ในตลาดจะแบ่งเป็นโซน ไม่ว่าจะเป็นโซลร้านค้าที่อยู่ภายในอาหารเป็นตู้คอนเทนเนอร์ แบบชั้นเดียวและสองชั้น โซนขายอาหารที่มีประมาณ 5 แถว โซนช็อปปิ้งจะเป็นของตกแต่ง เสื้อผ้า กระเป๋า รองเท้า อยากจะบอกว่าเงินในกระเป๋าสั่นดุ๊กดิ๊กเลย ถือเป็นแหล่งรวมอาหารหลากหลายที่ไม่ควรพลาดกับราคาที่ไม่แพง มีโต๊ะเก้าอี้รองรับสำหรับคนที่ซื้ออาหารมานั่งกินเพิ่มความสะดวกสบายไปอีก ถือได้ว่ารวมไว้ทุกอย่างในที่เดียวเลยจ้า

ก่อนกลับกรุงเทพฯ เราอยากจะบอกว่าเที่ยวเมืองตรังสนุกมากๆ คนที่นี่น่ารักมากๆ สถานที่เที่ยวก็ชิลตอบโจทย์เราได้ดี ถือเป็นการพักผ่อนที่คุ้มค่ามากเลยจริงๆ <3