รวบ 2 คนร้ายใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็มกวาดเงินเกือบ 2 ล้านที่ จ.อุดรธานี อ้างหาเงินใช้หนี้

209

    ตำรวจตามรวบตัวคนร้าย 2 คน ใช้แก๊สเจาะตู้เอทีเอ็มที่จังหวัดอุดรธานี กวาดเงินเกือบ 2 ล้านบาทหลบหนีไป ได้แล้วผู้ต้องหาอ้างต้องการนำเงินไปซื้อบ้านและจ่ายค่างวดรถจึงชวนหลานชายมาก่อเหตุ

เวลาประมาณ  03.00 น.ของวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดบริเวณหน้าโรงเรียนแห่งหนึ่งในตำบลบ้านเลื่อม อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี บันทึกพฤติกรรมของคนร้ายชาย 2 คนกำลังนั่งเตรียมอุปกรณ์ในการงัดตู้เอทีเอ็มอยู่บริเวณท้ายรถกระบะ โดยทั้งสองคนนั่งหลบอยู่หลังพุ่มไม้ เพื่อไม่ให้คนที่ผ่านไปมาสังเกตเห็น ก่อนจะดึงสายแก๊สที่อยู่บนท้ายกระบะออกไปเจาะตู้เอทีเอ็ม ซึ่งอยู่นอกเหนือรัศมีกล้องวงจรปิด มองเห็นเพียงสะเก็ดไฟที่เกิดจากการเจาะเท่านั้น

หลังเกิดเหตุตำรวจลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าประตูด้านหลังของตู้เอทีเอ็ม ถูกคนร้ายตัดแม่กุญแจที่ใช้ล็อกประตูออก ที่ตัวตู้เก็บเงินมีร่องรอยถูกตัดด้วยแก๊ส เป็นรูกว้างกว่า 20เซนติเมตร ยาว 60 เซนติเมตร ตรวจสอบด้านในพบกล่องบรรจุเงินหายไป 2 ชั้น เป็นเงินเกือบ 2 ล้านบาท นอกจากนี้ยังพบว่าสายสัญญาณเตือนภัยถูกตัดขาดด้วย

ตำรวจเร่งสอบปากคำพยานแวดล้อม พร้อมภาพจากกล้องวงจรปิด  พบว่าคนร้ายใช้รถกระบะยี่ห้อ ฟอร์ด รุ่นเรนเจอร์ ทะเบียน ผฉ 4910 อุดรธานี หลังก่อเหตุหลบหนีไปทางหมู่บ้านบ่อสร้าง

นี่ถือเป็นเบาะแสสำคัญที่ทำให้ตำรวจสามารถตามจับตัวผู้ก่อเหตุทั้ง 2 รายได้ คือนายพลธวัช โคมทอง วัย 30 ปี พร้อมหลานชายวัย 17 ปีอีก 1 คน

นายพลธวัชสารภาพว่า เป็นคนลงมือก่อเหตุจริง เนื่องจากเขาค้างค่างวดรถมาหลายงวด และถูกไฟแนนซ์ตามทวงบ่อยครั้งจนเกิดความเครียดจึงหาทางออกด้วยการงัดตู้เอทีเอ็ม เนื่องจากเห็นว่าเป็นวิธีที่ได้เงินง่ายและอยู่ใกล้บ้าน

โดยช่วงหัวค่ำวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา เขาลองใช้ชะแลงงัดบริเวณหลังตู้เอทีเอ็มแล้ว แต่ไม่สำเร็จ กระทั่งเวลาเวลา 03.00 น. ของวันที่ 9 มิถุนายน เขากลับมาอีกครั้งพร้อมกับถังแก๊ส  ใช้ไฟเจาะตู้เอทีเอ็มนานเกือบ  2  ชั่วโมง โดยให้หลานชายคอยดูต้นทางให้ ก่อนจะสามารถนำเงินออกจากตู้เอทีเอ็มไปได้ถึง 1 ล้าน 8 แสนบาท

หลังก่อเหตุผู้ต้องหานำเงินที่ได้ไปซื้อบ้านพักราคา 5 แสนบาท รถจักรยานยนต์ 1แสน 2 หมื่นบาท โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง สร้อยคอทองคำ 2 สลึง 2 เส้น แหวนทอง 1 สลึง 2 วง และของใช้ในชีวิตประจำวันอีกหลายรายการ โดยมีเงินสดเหลือประมาณ 1ล้าน 1 แสนบาท

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ต้องหาเคยทำงานเป็นช่างรับเหมาก่อสร้างมานานกว่า 10 ปี จึงมีความชำนาญในการใช้แก๊สตัดเหล็ก พร้อมอ้างว่านี่เป็นการก่อเหตุครั้งแรก แต่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากผู้ต้องหารู้วิธีตัดสัญญาณกันขโมย  ทำให้ไม่มีการแจ้งเตือนไปยังสำนักงานใหญ่

ตำรวจแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ตั้งแต่สองคนขึ้นไปในเวลากลางคืน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้นสำหรับคุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือเพื่อพ้นจากการจับกุม

กรองทอง  จันทะบุรม

รายงาน