เจาะเกาะติด – รวบยกแก๊งอดีตทหารอุ้มหนุ่มนักธุรกิจรถยนต์ปล้นทรัพย์

174

ความคืบหน้ากรณีหนุ่มนักธุรกิจซื้อขายรถยนต์หรูมือสอง ถูกกลุ่มคนร้ายอ้างเป็นตำรวจและทหารชุดปฏิบัติการพิเศษทำทีแสดงตัวจับกุม ก่อนอุ้มขึ้นรถยนต์ไปทำร้ายร่างกายปล้นทรัพย์สินรวมกว่า 3 ล้านบาท ล่าสุดตำรวจรวบตัวกลุ่มผู้ก่อเหตุและผู้จ้างวานได้แล้วทั้งหมดรวม 5 ราย  อ้างก่อเหตุเพราะแค้นที่ถูกผู้เสียหายหลอกให้ขายรถยนต์ราคาถูก

ภาพวงจรปิดขณะกลุ่มคนร้ายคุมตัวนายธนบดี จิตตา หนุ่มนักธุรกิจซื้อขายรถยนต์วัย 21 ปี ในสภาพถูกใส่กุญแจมือและปิดตา เข้าไปในอพาร์ทเมนท์เพื่อเอาทรัพย์สินมูลค่ากว่า 3 ล้านบาท หลังอ้างตัวเป็นตำรวจและทหารชุดปฏิบัติการพิเศษทำทีแสดงตัวจับกุม แล้วอุ้มผู้เสียหายจากห้างสรรพสินค้าย่านรัชดาภิเษก ก่อนนายธนบดีจะอาศัยจังหวะคนร้ายพาไปเอาทรัพย์สินที่บ้านย่านเพชรเกษม วิ่งหลบหนีไปขอความช่วยเหลือ

ทั้งหมดนี้เป็นหลักฐานสำคัญที่นำไปสู่การจับกุมนายกันตพิชญ์ งามเอก หรือมาร์ค ผู้จ้างวาน และทีมอุ้มคือนายกฤษณะ พงษ์สว่าง อดีตทหารยศร้อยโท นายอานนท์ สาระสันต์ อดีตพลทหาร นายศุภกร ชัยมี หรือจ่ายุทธ อดีตทหารยศจ่า และนายสุชาติ นิลศิริโก ขณะแยกย้ายกันหลบหนี

หลังการสอบสวน ตำรวจคุมตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ จุดแรกที่ร้านกาแฟในห้างสรรพสินค้าย่านรัชดาภิเษก ค่ำวันที่ 29 กรกฎาคมนายกันต์พิชญ์ลวงผู้เสียหายออกมาพูดคุยเรื่องรถยนต์ ซึ่งทั้งคู่มีคดีความฟ้องร้องกัน

จุดที่ 2 นายกันต์พิชญ์โทรศัพท์ให้สัญญาณกับทีมอุ้ม เป็นเวลาเดียวกับที่ผู้เสียหายเดินเข้าไปในร้านกาแฟ ทีมอุ้มทั้ง 4 คน ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นอดีตทหารก็เข้ามาอ้างเป็นตำรวจและทหารชุดปฏิบัติการพิเศษทำทีแสดงตัวจับกุม แล้วใส่กุญแจคุมผู้ตัวผู้เสียหายเดินออกจากร้านกาแฟ ไปขึ้นรถยนต์ที่จอดรออยู่โดยมีกันต์พิชญ์ตามไปด้วย

ระหว่างการทำแผนประกอบคำสารภาพที่จุดนี้ ทั้งนายกันต์พิชญ์และทีมอุ้มทั้ง 4 คน พยายามโวยวายว่าสาเหตุที่พวกเขาต้องอุ้มนายธนบดี เพราะถูกผู้เสียหายฉ้อโกงกรณีการขายรถยนต์ซึ่งยังเป็นคดีความกันอยู่  จึงโกรธแค้นและอยากได้เงินค่ารถยนต์คืน โดยยังอ้างว่ามีคู่กรณีรายอื่นที่ถูกหลอกขายรถยนต์ลักษณะเดียวกัน

จากนั้นตำรวจคุมตัวกลุ่มผู้ต้องหามุ่งหน้าออกไปตามเส้นทางถนนพหลโยธิน ซึ่งวันเกิดเหตุผู้เสียหายให้การว่าถูกทำร้ายและข่มขู่เอาชีวิตบนรถยนต์ จนเขาตัดสินใจพาคนร้ายไปเอาทรัพย์สินที่อพาร์ทเมนท์

เบื้องต้นตำรวจแจ้งข้อกล่าวหาผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย ฐานร่วมกันปล้นทรัพย์ด้วยอาวุธปืน หน่วงเหนี่ยวกักขัง และครอบครองอาวุธปืน ยืนยันผู้ต้องหาส่วนหนึ่งเป็นเพียงอดีตทหารที่ถูกให้ออกจากราชการแล้ว คดีนี้จึงไม่มีทั้งตำรวจและทหารเกี่ยวข้อง ส่วนทรัพย์สินของผู้เสียหายทั้งหมดยังอยู่ระหว่างการติดตาม

ธัญญารัตน์  ถาม่อย

รายงาน