เตือนภัยคนร้ายบุกบ้านหวังข่มขืน เหยื่อฮึดสู้ รอดหวุดหวิด

253

เผยภาพวงจรปิดขณะเกิดเหตุคนร้ายบุกบ้านเหยื่อสาวในจังหวัดเลย หวังข่มขืน แต่เหยื่อฮึดสู้ ร้องเรียกคนช่วย คนร้ายจึงหลบหนีไป เบื้องต้นพบว่าผู้ก่อเหตุเป็นคนในพื้นที่และมีอาการป่วยทางจิต

กล้องวงจรปิดบ้านหลังหนึ่งในอำเภอเมือง เลย จังหวัดเลย บันทึกภาพขณะคนร้ายเข้าไปก่อเหตุพยายามข่มขืนเหยื่อสาวที่อาศัยอยู่ในบ้าน  โดยคนร้ายเปิดประตูรั้วเดินเข้าจากหน้าบ้าน ก่อนจะเดินไปหาเหยื่อสาวที่กำลังยืนอยู่ในห้องครัว

จากนั้นกล้องวงจรอีกตัวภายใน เผยให้เห็นวินาทีที่หญิงสาววิ่งหนี โดยมีคนร้ายเดินตามหลัง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่ยายวัย 90 ปี เปิดประตูออกมา เพราะได้ยินเสียงหลานร้องขอความช่วยเหลือ เมื่อวิ่งหนีออกมาหลังบ้าน หญิงสาวพยายามดูว่าคนร้ายตามมาหรือไม่  ก่อนจะเคาะประตูร้องขอความช่วยเหลือ ไม่นานคนร้ายก็เดินตามหลังมา หญิงสาวจึงใช้เก้าอี้ที่วางอยู่ป้องกันตัวเอง เมื่อเห็นว่าเหยื่อพยายามต่อสู้ คนร้ายจึงเดินกลับออกไปอย่างใจเย็น

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นช่วงเช้ามืดวันที่ 24กันยายน ที่ผ่านมา เหยื่อสาวเปิดเผยถึงวินาทีเอาตัวรอดจากคนร้าย ว่า ขณะที่กำลังยืนล้างจานเห็นคนร้ายเดินผ่านรั้วข้างบ้านและมอง ก่อนจะเดินเข้ามาจับแขนเธอและขอมีเพศสัมพันธ์ เธอจึงวิ่งหนีไปขอความช่วยเหลือจากป้าที่นอนอยู่ แต่คนร้ายยังตามมา จึงพยายามหาสิ่งของที่อยู่ใกล้ตัว ใช้เป็นอาวุธป้องกันตัวจากคนร้าย

ป้าของผู้เสียหายบอกว่าขณะเกิดเหตุในบ้านมีเพียงผู้หญิง 3 คน ที่พักอาศัย ซึ่งเป็นผู้สูงอายุ หลานสาว และตัวเธอเองที่พักรักษาตัวเนื่องจากขาหักทำให้ออกมาช่วยหลานได้ช้า ส่วนสามีของเธอออกไปทำธุระตั้งแต่ช่วงเช้ามืด ซึ่งหลังสามีออกไปไม่นานก็ได้ยินเสียงหลานสาวมาเคาะประตูห้องขอความช่วยเหลือ เมื่อเปิดออกมาเจอหลานสาวยืนตัวสั่นด้วยความตกใจ แต่ไม่พบผู้ก่อเหตุ

สำหรับคนร้ายที่ก่อเหตุครั้งนี้เป็นชายวัย 40 ปี ทราบว่ามีอาการทางจิต อาศัยอยู่เพียงลำพัง ใกล้กับบ้านผู้เสียหาย ส่วนญาติผู้ก่อเหตุพักอยู่ไม่ไกลกัน ปกติชายคนดังกล่าวมักเดินพูดคนเดียว และขอเงินคนในหมู่บ้าน  แต่ที่ไม่เคยก่อเหตุลักษณะนี้ ทำให้ผู้เสียหายไม่ทันระวังตัว

หลังเกิดเหตุตำรวจคุมตัวชายคนดังกล่าวส่งโรงพยาบาลจิตเวช พร้อมเชิญตัวญาติวมาตักเตือน ฐานปล่อยให้ผู้ป่วยที่มีอาการทางจิตสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น เหตุการณ์ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนภัย ซึ่งหากครอบครัวใดที่มีผู้ป่วยอาการทางจิตไม่ควรปล่อยให้อยู่เพียงลำพังเพราะอาจก่อให้เกิดเหตุร้ายขึ้นกับผู้อื่นและตัวผู้ป่วยเอง

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน