พลอย ขอโทษ ปีเตอร์ หากคิดว่าดิสเครดิต

153

 

เป็นอีกครอบครัวที่ถึงหย่ากันแล้วแต่ก็ยังตัดเรื่องดราม่าไม่ขาด สำหรับสาว พลอย พลอยพรรณ กับอดีตสามีคนเคยรัก ปีเตอร์ คอร์ป ไดเรนดัล ที่ล่าสุดปีเตอร์ให้สัมภาษณ์ว่า การออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งก่อน ๆ ของพลอยเหมือนเป็นการดิสเครดิต  ทั้งที่ตนตั้งใจทำงานเพื่อลูก พอด้านพลอยออกงานบ้าง เลยถูกสื่อสัมภาษณ์ถึงประเด็นนี้ให้แจงกันชัด ๆ

“โอ๊ย อย่าเรียกว่าเป็นการดิสเครดิตเลยค่ะ เราก็ทำอะไรตามที่เราทำ พูดอะไรตามที่เราทำทุกวันนี้ (กลัวสังคมงงมั้ย เพราะต่างคนต่างพูดคนละเรื่อง) เอาจริง ๆ บางทีพลอยก็ไม่ทราบว่าเค้าให้สัมภาษณ์เรื่องอะไรมา อย่างที่บอกเราไม่ใช่คนในวงการ เวลามีงานอะไรแล้วเราโดนสัมภาษณ์ เราก็ตอบไปตามที่ถาม ถ้าถามว่าดิสเครดิตมั้ย คือถ้าพี่เค้ามีการงาน มีชีวิตที่ดี มันเป็นเรื่องที่ดีที่ลูกจะได้มองเห็นคุณพ่อเค้าเป็นตัวอย่างในการใช้ชีวิต เราก็ไม่กีดกันอยู่แล้ว  เอาจริง ๆ พลอยไม่ค่อยสนใจเรื่องชื่อเสียงเท่าไหร่ เราไม่ใช่คนในวงการจริง ๆ ใครถามอะไรมาเราตอบแบบนั้น  ถ้าพี่เค้าบอกว่าเราดิสเครดิตก็ขอโทษด้วยแล้วกันค่ะ คือพี่เค้าอยู่มาเป็น 10 – 20  ปี เราอยู่มาไม่กี่ปีโดยไม่มีใครไกด์ไลน์ พลอยรับงานเองทุกอย่าง ไม่มีผู้จัดการส่วนตัว เวลาพลอยทำอะไรก็ทำตามสามัญสำนึกของคนที่เป็นแม่”

“ช่วงนี้ดี เค้าเริ่มที่จะกลับมาหาลูก คิดถึงลูกจริงจัง  เริ่มนัดเวลาวันที่มันแน่นอน พลอยก็ไปส่งลูกให้เค้า แล้วก็ไปรับลูกกลับมา ก็รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่มันดีกับเด็กที่ได้เจอหน้าพ่อเป็นประจำ แพนเตอร์ก็เริ่มเล่าว่า แพนเตอร์นอนแล้วตื่นมาอยู่บนตัวป่าป๊าเลย หม่ามี๊ ๆ ป่าป๊าสอนพับเครื่องบินแบบนี้นะ คือเค้าเริ่มซึมซับกับสิ่งที่อยู่กับพ่อเค้า แล้วเค้าก็มาเล่าให้เราฟัง พ่อเป็นฮีโร่ของแพนเตอร์เลย คืออยากจะบอกว่า พี่เตอร์เป็นฮีโร่ของลูกอยู่แล้ว สำหรับแพนเตอร์นะคะ ไม่ว่าจะอะไรก็ตามพี่เตอร์คือฮีโร่ พลอยไม่ได้จะบอกว่าที่ผ่านมาจะดีหรือไม่ดียังไง มันไม่เคยเอฟเฟ็กต์ลูกตรงนั้น พลอยมองว่าตราบใดที่เราจัดหาในสิ่งที่ลูกต้องการ ต้องใช้ ทุกอย่างครบ  คือพ่อไม่ได้ตายจากไป ก็ยังมาเจออยู่ มันยังดีกว่าการที่บางคนพ่อจากไปเลยไม่ได้กลับมา พลอยว่าอันนี้คนยังแก้ตัว ยังปรับตัวกันได้ ก็โอเคอยู่ค่ะ”

แสดงว่าทุกวันนี้ปัญหาที่ค้างคาใจของเรากับปีเตอร์มันผ่านไปแล้วใช่ไหม?

“มันไม่ได้หายไปไหนหรอกค่ะ แต่ว่ามันป่วยการที่จะออกมาพูดถึงมากกว่าอะไรที่ผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไป ตอนนี้ก็มีคุยส่งสติ๊กเกอร์พอ  พูดมากไม่ค่อยดี ปากไม่ดีกันทั้งคู่ (ยิ้ม) คุยอะไรกันเท่าที่จำเป็นดีกว่าค่ะ อย่างที่บอกว่าอารมณ์เราคงต้องอายุสัก 60-70 ปีแล้วค่อยมานั่งคุยกันได้ ตอนนั้นคงโตแล้ว (หัวเราะ)  ซึ่งมันเป็นปัญหาระหว่างพลอยกับเค้ามากกว่า มันไม่ใช่ปัญหาของลูก เพราะฉะนั้นตอนนี้พลอยไม่ได้ใช้ชีวิตกับเค้าแล้ว ฉะนั้นเรื่องนี้พักเอาไว้เลย อยู่เบื้องหลังที่ไกลมาก ๆ ตอนนี้มันเป็นส่วนของลูกที่อยู่ระหว่างพ่อแม่มากกว่า ตรงนี้เราพยายามเชื่อมให้มันดี ให้เหมาะสมกับลูกมากที่สุด”

ลูกเคยถามไหมว่าพ่อไปไหน

“เคยถามตั้งแต่เด็กแล้ว เราก็บอกตลอดว่าคุณพ่อไปทำงาน ตอนนี้เวลาคนน้องถามว่าป่าป๊าไปไหน แพนเตอร์จะตอบว่า ป่าป๊าไปทำงานไง เราบอกด้านนี้ตลอดค่ะ เป็นด้านที่คุณพ่อเค้าไปทำตามที่บอกจริง ๆ เวลาตอบจะได้ตรงกัน  และเราเคยอธิบายกับลูกไปแล้วด้วย อธิบายต่อหน้าพี่เตอร์เลยว่า พ่อกับแม่ตอนนี้ไม่ได้รักกัน ไม่ได้อยู่บ้านเดียวกันนะ แต่ว่าระหว่างที่แม่อยู่กับลูก แม่รักลูกมาก พ่ออยู่กับลูกพ่อก็รักลูกมาก แค่นี้คือสิ่งที่มันจำเป็นและสำคัญกับตัวลูก  ไม่ต้องมองว่าทำไมไม่อยู่ด้วยกัน คือตราบใดที่เราไม่ทะเลาะกันต่อหน้าลูก  พลอยเชื่อว่ามันไม่ได้สร้างความเจ็บช้ำอะไรให้ลูกค่ะ”

แพนเตอร์ กับ พูม่า ออกงานกับหม่ามี๊ฮับ

มีความสุขกันประสาแม่ลูก

ไปเที่ยวกับแพ็คสามคนตลอด

เมื่อสามทหารเสือมารวมตัวกัน

สนุกสนานกันแบบผู้ชาย ๆ 

พ่อลูกวิดพื้นแข่งกัน

ฟัดกันก่อนนอน เละครับ(ที่นอนนะ)

A post shared by Peter Corp (@petercorp) on

 เล่นกันก่อนนอน

ตื่นมาเล่นกันต่อ พ่อก็โอเคลูก

Credit : IG@petercrop / @purploy