โจรโรคจิตไม่หวั่นกฎหมาย ต้นเหตุคดีคุกคามทางเพศพุ่งสูง

124

ในแต่ละวัน มีหญิงสาวตกเป็นเหยื่อโจรโรคจิตในหลายลักษณะ ทั้งถูกข่มขืนกระทำชำเราบางรายรุนแรงถึงขั้นถูกทำร้ายร่างกาย  แต่เมื่อผู้เสียหายไปแจ้งความ บางคดีกลับไม่สามารถเอาผิดผู้ก่อเหตุได้   นี่เป็นสาเหตุหลักที่ทำให้โจรเหล่านี้ ยังคงกระทำผิดโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย

21 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดเหตุนักเรียนหญิงชั้นป.3  ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดขอนแก่น ถูกชายแปลกหน้าฉุดดึงแขนเด็ก ขณะกำลังข้ามถนนเพื่อหวังทำอนาจารแต่มีพลเมืองดีช่วยเหลือได้ทัน  ส่วนคนร้ายถูกตำรวจจับได้ทันควัน  ผู้ต้องหายอมรับว่าดื่มสุรากับเพื่อนจนเกิดอารมณ์ทางเพศ จึงพยายามฉุดพาเด็กไปทำอนาจารแต่ยังไม่ได้ข่มขืน

เห็นได้จากกรณีที่เกิดเหตุขึ้นเมื่อกลางเดือนกันยายนที่ผ่านมา เมื่อมีชายโรคจิตรายหนึ่งเดินตระเวนฉุดหญิงสาวหลายคนในคอนโดมิเนียมเมืองทองธานี อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี  โดยกล้องวงจรปิดบันทึกภาพให้เห็นชัดเจนว่า คนร้ายพยายามฉุดดึงหญิงสาวแต่ละคนเพื่อหวังทำอนาจาร แต่เมื่อผู้ต้องหาถูกจับได้ก็ให้การว่า ไม่มีเจตนาจะข่มขืน  ตำรวจจึงเอาผิดได้เพียงข้อหาทำร้ายร่างกายเท่านั้น

ผู้เสียหายในคดีอนาจารส่วนใหญ่ต่างยืนยันชัดเจนว่าโจรโรคจิตมีเจตนาจะลงมือข่มขืนหากพวกเธอพลาดท่า แต่เมื่อไปแจ้งความก็ไม่สามารถเอาผิดอะไรได้มาก เพราะตำรวจแจ้งว่าเป็นคดีลหุโทษ คือโทษการข่มขืนยังไม่เกิดขึ้น

21 นาฬิกา 26 นาที ของวันที่ 10 กันยายนที่ผ่านมา  ภาพจากกล้องวงจรปิดของคอนโดมิเนียมนิรันดร์ เรซิเด้นซ์  2  ย่านรามคำแหง  เผยให้เห็นภาพชายคนหนึ่งสวมกางเกงบ๊อกเซอร์เพียงตัวเดียวเดินออกจากห้องตัวเอง แล้วนำสิ่งของบางอย่าง สอดไปใต้ช่องประตูห้องหญิงสาวที่พักอยู่ติดกัน  จากนั้นก็พยายามใช้มือหมุนประตูห้องให้เปิด  แต่ประตูถูกล็อก ทำให้ชายคนนี้เดินกลับเข้าห้องตัวเอง

เหตุการณ์นี้มีนักศึกษาสาวย่านรามคำแหงคนหนึ่ง เข้าแจ้งความกับตำรวจว่ามีชายข้างห้องสอดกระดาษที่ถูกเขียนข้อความว่ามีอะไรให้ช่วยไหม พร้อมระบุเบอร์ส่วนตัวของเขาเข้าไปในห้องซึ่งอีกด้านของกระดาษ เขียนข้อความขอเบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวของฝ่ายหญิง ซึ่งจากพฤติกรรมทำให้หญิงสาวเชื่อว่า ชายข้างห้องมีเจตนาคุกคามทางเพศ แต่ตำรวจไม่สามารถตั้งข้อหาเอาผิดได้  กระทั่งชายคนที่เป็นคู่กรณีโทรมาต่อว่าผู้เสียหาย โดยไม่ได้เกรงกลัวความผิด

ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเพื่อผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ  เปิดเผยว่าส่วนใหญ่กฎหมายไม่ได้แยกแยะระดับการคุกคามทางเพศไว้แน่ชัด จึงเกิดคำถามตามมาเสมอว่าจะเอาผิดผู้ก่อเหตุอย่างไร ซึ่งเธอมองว่ายังเป็นช่องว่างทางกฎหมายที่ทำให้ ภัยคุกคามทางเพศเพิ่มสูงขึ้น ผู้จัดการแผนงานสุขภาวะเพื่อผู้หญิงและความเป็นธรรมทางเพศ ยังเปิดเผยอีกว่า กลุ่มคนโรคจิตส่วนใหญ่จะก่อเหตุข่มขืนเหยื่อในเกือบทุกกรณีหากพวกเขามีโอกาส เนื่องจากคนกลุ่มนี้ มีอารมณ์ทางเพศเป็นตัวกระตุ้นจนขาดสติ

                                                                                                            ชนะชัย แก้วผาง      

                                                                                                                รายงาน