เจ้าของแผงยัน “ป้าประดับ” เป็นเจ้าของลอตเตอรี่ 6 ล้าน

275

เรื่องของลอตเตอรี่กลายเป็นประเด็นร้อนขึ้นมาอีกครั้ง เมื่อมีหญิงวัย 71 ปี คนหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี  เข้าแจ้งความว่าทำลอตเตอรี่ซึ่งถูกรางวัลที่ 1 หาย ซึ่งล่าสุดเจ้าของแผงที่ถูกรางวัลยืนยันหญิงคนดังกล่าว เป็นเจ้าของตัวจริง ไม่ใช่คู่กรณีที่ไปขึ้นเงินรางวัล

ครอบครัวของนางสาวพรทิพย์ ปาลวงษ์ อายุ 35 ปี คู่กรณีคดีลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1 เลข 451005 มูลค่า 6 ล้านบาท หายที่ จ.สุพรรณบุรี มีหน้าเคร่งเครียดและปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล ขณะที่เราลงพื้นที่เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงเรื่องนี้   โดยครอบครัวตอบเพียงสั้นๆว่า ติดต่อนางสาวพรทิพย์ไม่ได้เช่นกัน

การพิสูจน์คดีลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่า 6 ล้านบาท เกิดขึ้นหลังจากที่นางประดับ จันทร์อ่วม อายุ 71 ปี ชาว อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี เข้าแจ้งความที่สถานีตำรวจภูธรสามชุกว่าทำลอตเตอรี่ถูกรางวัลที่ 1  เลข 451005 มูลค่า 6 ล้านบาทหล่นหาย  แล้วทราบภายหลังว่านางสาวพรทิพย์ ปาลวงษ์ อายุ 35 ปี มาแจ้งความลงบันทึกประจำวันเป็นหลักฐานว่า ถูกลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 เลขเดียวกัน จึงตั้งข้อสงสัยว่านางสาวพรทิพย์อาจเก็บลอตเตอรี่ของเธอที่หล่นหายได้แล้วไม่ส่งคืน แต่กลับนำไปขึ้นเงิน เนื่องจากได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดที่วัดบางขวาก สถานที่ที่นางประดับทำลอตเตอรี่หาย พบว่ามีภาพนางสาวพรทิพย์อยู่ในบริเวณดังกล่าวด้วย จากนั้นตำรวจเรียกทั้งสองฝ่ายมาเจรจาแต่ไม่สามารถตกลงกันได้ เพราะพ่อของนางสาวพรทิพย์ขอเงินส่วนแบ่ง 3 ล้านบาท

นายสกล เศรษฐไพบูลย์ หรือลุงเปี๊ยก อายุ 64 ปี พ่อค้าขายลอตเตอรี่ที่ตลาดชลมาร์ค หมู่ 2 ตำบลสามชุก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี ยืนยันขายลอตเตอรี่เลข 451005 ให้กับนางประดับจริงเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน เวลาประมาณ 15.00 น. เพราะขณะนั้นมีลอตเตอรี่เลขนี้เพียง 1 ใบ และเขาก็รู้จักกับเพื่อนบ้านที่มาซื้อพร้อมนางประดับจึงจำหน้าได้

เช่นเดียวนางเครือวัลย์ ปานสินชัย หรือตูน เพื่อนบ้านที่อยู่ในเหตุการณ์ ยืนยันว่านางประดับซื้อลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่1 จริง เพราะมีใบเดียวแต่นางประดับขอจึงให้ไป จากนั้นทั้งคู่ก็ซื้อของแล้วกลับไปที่วัดไปช่วยงานศพญาติต่อที่วัดบางขวาก อ.สามชุก จ.สุพรรณบุรี

ผ่านมากว่า 1 สัปดาห์ คดียังไม่มีความคืบหน้าขณะที่นางสาวพรทิพย์ไม่สามารถติดต่อได้ และไม่เข้าให้ข้อมูล ด้านนางประดับเกรงว่าจะไม่ได้รับความธรรมเพราะจนถึงขณะนี้ตำรวจยังไม่มีการอายัดเงินรางวัลของคู่กรณี จึงเข้าร้องเรียนที่กองปราบปรามเพื่อขอเปลี่ยนตัวตำรวจชุดสืบสวน

ส่วนหลักฐานทั้งภาพจากกล้องวงจรปิดและต้นขั้วลอตเตอรี่ ขณะนี้อยู่ที่สถานีตำรวจภูธรสามชุกแล้ว ตำรวจอยู่ระหว่างสืบสวนโดยยังไม่เปิดเผยรายละเอียดเพราะเกรงจะเสียรูปคดี

ญาณิชสา  ศิริมูลกุล 

รายงาน