พบอีก 2 บัญชี รับโอนเงินเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ยังไม่ชัด “ณิชา” เป็นเหยื่อหรือร่วมทำผิด

331

จากกรณีหญิงวัย 24 ปี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีเปิดบัญชีธนาคาร9แห่ง รับโอนเงินเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งเจ้าตัวอ้างว่า ทำกระเป๋าเงินหาย อาจถูกมิจฉาชีพนำบัตรประชาชนไปใช้ ล่าสุดตำรวจพบข้อมูลเจ้าของบัญชีธนาคารเพิ่ม อีก 2 ราย ที่รับโอนเงินจากเหยื่อรายเดียวกัน กำลังเร่งตรวจสอบว่าทั้งสามคนเป็นเหยื่อ หรือเป็นหนึ่งในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 

 

นี่เป็นจดหมายที่นางสาวณิชา เกียรติธนะไพบูลย์ วัย 24 ปี  ร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ของสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 20 ธันวาคมปีที่ผ่านมา โดยระบุว่าถูกคนร้ายขโมยบัตรประชาชน นำไปสวมสิทธิ์เปิดบัญชี 7 ธนาคาร รวม 9 บัญชี ไม่นานเธอได้รับหมายเรียกจากศาลจังหวัดตาก ในข้อหาฉ้อโกง วันที่ 6 มกราคม จึงเข้าพบตำรวจกองปราบปรามเพื่อยืนยันความบริสุทธิ์แต่ถูกตำรวจนำตัวไปฝากขัง ซึ่งศาลไม่ให้ประกันตัว ต้องถูกคุมขังในเรือนจำ 3 วัน 2 คืน จนญาติรวบรวมหลักฐานยื่นขอประกันตัว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นเงินสด 8 หมื่นบาท

คดีนี้เกิดขึ้นช่วงปลายปี 2560 เมื่อหญิงรายหนึ่ง ได้รับการติดต่อจากชาวอังกฤษผ่านทางเฟซบุ๊ก ให้เธอเป็นนายหน้าซื้อที่ดินในจังหวัดตาก โดยจะส่งเงิน 30 ล้านบาท จากอังกฤษมาทางพัสดุแต่ผู้เสียหายต้องจ่ายค่าธรรมเนียม 1ล้าน 3 แสนบาท โดยมีคนอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ไปรษณีย์โทรหา ทำให้ผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินเข้าบัญชีธนาคาร 3 แห่ง หนึ่งในนั้นเป็นบัญชีชื่อนางสาวณิชา ทำให้เธอถูกแจ้งความในข้อหาฉ้อโกง

ย้อนกลับไปวันที่ 6 ตุลาคม นางสาวณิชาระบุว่าเธอถูกขโมยกระเป๋าเงิน  กระทั่งวันที่ 8 ธันวาคม ได้รับข้อมูลจากพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ว่าบัญชีของเธอมีเงินเข้ามากผิดปกติ ตรวจสอบพบว่าเธอถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปแอบอ้างเปิดบัญชี 7 ธนาคาร 9 บัญชี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสาขาธนาคารในห้างสรรพสินค้าย่านบางแค  งามวงศ์วาน  ลาดพร้าวและสีลม

21 ตุลาคมปีที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดของธนาคารแห่งหนึ่ง จับภาพหญิงสาวคนหนึ่งพร้อมเด็กชาย เข้ามาใช้บัตรประชาชนของนางสาวณิชา เปิดบัญชีธนาคารในห้างสรรพสินค้าย่านบางแค

8 ธันวาคม กล้องวงจรปิดภายในธนาคารแห่งหนึ่งย่านลาดพร้าว จับภาพหญิงสาวรูปร่างสันทัด อายุประมาณ 30 ปี สวมหน้ากากอนามัยปิดบังใบหน้า เข้ามาเปิดบัญชีธนาคาร โดยใช้บัตรประชาชนของนางสาวณิชา ทั้งหมดถือเป็นหลักฐานสำคัญให้ตำรวจเร่งคลี่คลายคดี

คดีนี้ผู้เสียหายในจังหวัดตาก โอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ถึง 3 บัญชี เป็นบัญชีชื่อนางสาวณิชา 3 แสน 4 หมื่นบาท อีกบัญชีอยู่ย่านติวานนท์ เป็นเงิน 4 แสนบาท  และบัญชีสาขาในห้างสรรพสินค้าย่านงามวงศ์วาน 6 แสน 3 หมื่นบาท รวมเป็นเงิน 1,370,000 บาท บัญชีธนาคารที่พบเพิ่มอีก 2 ราย เป็นสาขาในละแวกเดียวกัน กับที่นางสาวณิชาถูกคนร้ายนำบัตรประชาชนไปสวมสิทธิ์เปิดบัญชี ซึ่งตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบว่า ทั้งหมดถูกนำชื่อมาแอบอ้างเปิดบัญชี หรือเป็นหนึ่งในขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบหาตัวเจ้าของบัญชีอีก 2 ราย ที่เพิ่งพบข้อมูลและประสานขอข้อมูลกับธนาคารแต่ละแห่ง เพื่อเร่งคลี่คลายคดี

                                                                                                         วัลภา ปัญญาสรรเสริญ

                                                                                                                รายงาน