รวบอดีตหัวหน้ากลุ่มย่อย แก๊งยากูซ่า หนีคดีฆ่า กบดานไทยกว่า10 ปี

334

ตำรวจบุกรวบชายวัย 72 ปี อดีตหัวหน้าสาขา ของแก๊งยากูซ่าอันดับ1ในประเทศญี่ปุ่น บงการฆ่ารองหัวหน้ากลุ่ม ก่อนหนีมากบดานในไทยนานกว่า 10 ปี ใช้ชีวิตหลบซ่อน เป็นคนเร่ร่อนอยู่ใน จ.ลพบุรี  คาดมีคนส่งเงินให้เป็นประจำ 

นี่เป็นภาพขณะตำรวจ เข้าจับกุมตัวนายชิเกฮารุ ชิเรอิ ชาวญี่ปุ่นวัย 72 ปี อาชญากรข้ามชาติรายสำคัญที่ประเทศญี่ปุ่นต้องการตัว  ขณะนั่งเล่นหมากรุกอยู่บริเวณลานข้างศาลลูกศร ในตำบลท่าหิน อำเภอเมือง จังหวัดลพบุรี เขาอยู่ในสภาพคล้ายคนเร่ร่อน อาศัยอยู่ในป้อมตำรวจร้าง แต่ตรวจค้นในตัวพบเงินสดกว่าหมื่นบาท

นายชิเกฮารุ ชิเรอิ ถือเป็นอดีตหัวหน้าระดับสูงของกลุ่มโคโดไก ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งในกลุ่มยามากูชิ กูมิ  แก๊งยากูซ่าอันดับ1 ที่มีขนาดใหญ่ที่สุด และมีเครือข่ายสมาชิกมากกว่า 2 หมื่นคน ซึ่งขณะนั้นเขามีความขัดแย้งกับรองหัวหน้ากลุ่ม จึงวางแผนสังหาร

24 กรกฎาคม 2546  นายชิเกฮารุได้วางแผนปฏิบัติการร่วมกับพวกอีก 7 คน ฆ่ารองหัวหน้ากลุ่ม  โดยใช้ปืนจ่อยิงที่ศีรษะอย่างเหี้ยมโหดหลายนัด เสียชีวิตภายในบ้าน เขตท้องที่สถานีตำรวจเมืองซึ จังหวัดมิเอะ แล้วหลบหนีออกนอกประเทศ ซึ่งขณะนี้ผู้ร่วมขบวนการทั้งหมดถูกจับกุม ศาลพิพากษาจำคุก 11-17 ปี มีเพียงนายชิเกฮารุที่ยังหลบหนี โดยจะมีชาวญี่ปุ่นนำเงินมามอบให้ครั้งละ 10,000 บาท ปีละ 2-3 ครั้ง

ตำรวจสืบสวนพบว่าขณะนั้น นายชิเกฮารุได้จดทะเบียนกับหญิงคนไทย เพื่อหลบหนีเข้ามากบดานในประเทศไทย แล้วทำงานรับจ้างทั่วไป แต่ระยะหลังมีปากเสียงกันเป็นประจำจึงเลิกรากันไป  ขณะที่หญิงคนดังกล่าวปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นภรรยา แต่รู้จักกันที่ประเทศญี่ปุ่นจึงช่วยเหลือ

หลังเลิกรากับสาวชาวไทย นายชิเกฮารุได้ไปขอทำงานในโรงสีข้าวแห่งหนึ่ง ได้ประมาณ 1 ปี 6 เดือน ซึ่งระหว่างนั้น เคยมีชายชาวญี่ปุ่นเดินทางมาพบ กระทั่งถูกตรวจสอบว่าเขาไม่มีใบอนุญาตทำงาน เจ้าของจึงขอให้ออก

หลังถูกออกจากงาน นายชิเกฮารุจึงไปอาศัยอยู่บริเวณป้อมตำรวจร้าง เขาชอบเล่นหมากรุกกับคนไทยและด้วยเอกลักษณ์ที่มีรอยสักทั่วร่างกาย  ทำให้มีผู้ถ่ายรูปเขาเผยแพร่ในโลกออนไลน์และนี่กลายเป็นเบาะแสสำคัญ ที่ทำให้ตำรวจติดตามตัวเขาได้

ขณะที่คนละแวกนั้นมักเรียกนายชิเกฮารุว่า “โกโบริ” จนติดปาก โดยบอกว่าเป็นคนขยัน คอยทำความสะอาดบริเวณดังกล่าว ที่ผ่านมาเคยถูกคนสติไม่สมประกอบเข้ามาทำร้าย แต่เขาไม่ต่อสู้

สำหรับนายชิเกฮารุ ถูกดำเนินคดีในข้อหาเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต การอนุญาตสิ้นสุดเป็นคนต่างด้าว ศาลสั่งปรับเงิน 1,500 บาท หลังจากนี้จะถูกส่งกลับไปรับโทษในประเทศญี่ปุ่น

                                                                                                    วัลภา ปัญญาสรรเสริญ

                                                                                                           รายงาน