เจาะเกาะติด ตำรวจเก็บหลักฐาน เอาผิดผู้บริหารอิตาเลียนไทยล่าสัตว์ป่า

460

กลายเป็นประเด็นโด่งดังขึ้นมาทันที หลังเจ้าหน้าที่จับกุมนายเปรมชัย กรรณสูต  ผู้บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย พร้อมพวกรวม 4 คน ระหว่างตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าทำอาหารในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรฯ โดยถูกตั้งข้อกล่าวหามากถึง 9 ข้อหา แต่ศาลให้ประกันตัว ล่าสุดทีมจับกุมนำตำรวจลงเก็บหลักฐานเพื่อเอาผิดกับ นายเปรมชัย

กลางดึกวันที่ 4 กุมภาพันธ์  นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทอิตาเลียนไทย พร้อมพวกคือนายยงค์ โดดเครือ นายธานี ทุมมาศ และนางนที เรียมแสน ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมหลังลักลอบตั้งแคมป์ล่าสัตว์ในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตกระหว่างตั้งแคมป์ล่าสัตว์ใกล้กับหน่วยพิทักษ์ป่าทิคองและมหาราช

เจ้าหน้าที่ตรวจพบกระสุนปืนเกือบ 200 นัด และยังพบซากเสือดำ ถูกชำแหละทำต้มซุปหางเสือ พบอาวุธปืนที่ร้ายแรง ไม่ว่าจะเป็นปืนไรเฟิล ปืนยาวลูกซองแฝดเบอร์ 20 และ ปืนไรเฟิล ขนาด จุด 22  ซึ่งพบว่าปืนไรเฟิลเป็นของนายเปรมชัย

กระทั่งบ่ายวันนี้ตำรวจพิสูจน์หลักฐานลงพื้นที่ไปยังจุดเกิดเหตุในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าทุ่งใหญ่นเรศวรด้านตะวันตก ห่างจากที่ทำการกว่า 30 กิโลเมตร  โดยมีเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมนำไปชี้จุดที่จับกุมผู้ต้องหาทั้ง 4 คน จุดที่นายเปรมชัยพร้อมพวกตั้งแคมป์ล่าสัตว์ป่าทำอาหาร อยู่ติดกับถนนเส้นทางสำรวจธรรมชาติริมธารน้ำ โดยชุดจับกุมระบุว่า ผู้ต้องหาได้นำชิ้นส่วนของสัตว์ป่าซุกซ่อนไว้โดยรอบจุดเกิดเหตุ

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมยืนยันว่า พบซากชิ้นส่วนเนื้อเสือดำ เก้ง อยู่ติดกับริมถนน โดยกลุ่มผู้ต้องหาพยายามอำพรางซุกซ่อนเจ้าหน้าที่ แต่เลือกที่จะไม่รับสารภาพ ตำรวจได้เก็บหลักฐานเพิ่มในบริเวณนี้ เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับของกลางที่ตรวจยึดได้

ห่างออกไปจากบริเวณที่ผู้ต้องหาตั้งแคมป์ประมาณ 400 เมตร ในลำห้วยที่อยู่ในสภาพแห้ง เจ้าหน้าที่ยืนยันว่าตรวจพบซากชิ้นเนื้อบางส่วนของเสือดำและบนถนนติดกับลำห้วยยังพบปลอกกระซุนลูกซองตกอยู่ ตำรวจพิสูจน์หลักฐานจึงเก็บคราบเขม่าดินปืน เพื่อนำไปเปรียบเทียบกับปืนของกลางที่ยึดได้เพราะเป็นไปได้ว่า เสือดำอาจถูกยิงอยู่บริเวณป่าแถบนี้และไม่ไกลจากจุดที่ผู้ต้องหาตั้งแคมป์

กองพิสูจน์หลักฐานยังคงเร่งเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์เพื่อนำไปประกอบกับของกลางที่ยึดได้ไม่ว่าจะเป็น ปืน และซากสัตว์ เพื่อยืนยันข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า นายเปรมชายและพวกกระทำปิดตามการกล่าวหาของเจ้าหน้าที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าจริง โดยเน้นเก็บหลักฐานอย่างละเอียด

ล่าสุดตำรวจแจ้งข้อกล่าวหา 9 ข้อหากับทั้ง 4 คน โดยเฉพาะข้อหาหนักคือร่วมกันล่าสัตว์ป่าในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ร่วมกันล่าสัตว์ป่าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมกันมีซากสัตว์ป่าไว้ในครอบครอง ร่วมกันพยายามล่าสัตว์ ร่วมกันซ่อนเร้นอำพรางซากสัตว์

แม้จะถูกตั้งข้อกล่าวหามากถึง 9 ข้อหา แต่ผู้ต้องหาทั้งหมดยังคงปฏิเสธ โดยนายเปรมชัยยืนยันว่า นี่เป็นการเข้ามาตั้งแคมป์พักแรมในเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าครั้งที่ 2 และอ้างว่าได้ขออนุญาตเข้าผืนป่าถูกต้อง และที่ต้องตั้งแคมป์ในจุดที่หวงห้าม เพราะไม่ชำนาญทาง

ชนะชัย แก้วฝาง

รายงาน