เจาะเกาะติด-ปิดฉาก “แก๊งกิ้มซั้วภูเขาทอง” หัวหน้าแก๊งควงแฟนสาวมอบตัว

752

หลังจากตำรวจนำกำลังบุกรวบตัว สมาชิก “แก๊งกิ้มซั้วภูเขาทอง” ที่ร่วมกัน 7 คน อุ้มคู่อริไปรุมทำร้าย  โดยจับถอดเสื้อผ้า ปัสสาวะใส่  ก่อนเผาเสื้อผ้าของคู่อริทิ้ง ซึ่งที่ผ่านมาสมาชิกของแก๊งทยอยเข้ามอบตัวจนครบ เพราะเกรงถูกจับตาย ล่าสุดวันนี้หน้าแก๊งพร้อมแฟนสาวที่ตั้งท้องได้ 5 เดือน เข้ามอบตัวกับตำรวจแล้ว เป็นการปิดฉากแก๊งกิ้มซั้วภูเขาทอง

นายธีปกรณ์ แก้ววิจิตร อายุ 28 ปี หรือ กิ้มซั้ว หัวหน้า “แก๊งซั้วภูเขาทอง” และนางสาวสุธาสินี พนัสไพรพงศ์ อายุ 21 ปี แฟนสาวซึ่งกำลังตั้งท้องได้ 5 เดือน พร้อมผู้ปกครองและทนายความเข้ามอบตัวกับตำรวจ หลังร่วมกับพวกรวม 7 คน อุ้มคู่อริวัย 19 ปี ไปรุมซ้อมอย่างทรมาน ภายในป่าสวนยางพาราตำบลคลองหลา อำเภอคลองหอยโข่ง จังหวัดสงขลา โดยจับคู่อริถอดเสื้อผ้ารุมซ้อมก่อนปัสสาวะใส่ จากนั้นเผาเสื้อผ้าของคู่อริทิ้ง เนื่องจากค้างเงินค่ายาเสพติด จำนวน 4 พันบาท

เขาตัดสินใจมอบตัวกับตำรวจหลังหลบหนีอยู่นานกว่า 1 เดือน โดยรับสารภาพว่า ร่วมกับพวกอีก 7 คน รุมทำร้ายคู่อริจริง อ้างว่าหนุ่มวัย 19 ปี ไม่ได้ค้างเงินค่ายาเสพติดของตัวเอง แต่เป็นของนายชูศักดิ์ คงมัยลิก สมาชิกอีกคนในแก๊ง ซึ่งเข้ามอบตัวไปแล้วก่อนหน้านี้ ขณะที่แฟนสาวไม่ได้เป็นผู้ถ่ายคลิป เพียงแต่อยู่ในเหตุการณ์ด้วย

เขาปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นหัวหน้าแก๊งกิ้มซั้วภูเขาทอง แต่กิ้มซั้วคือชื่อของตัวเองซึ่งหมายความว่าภูเขาทองในภาษาจีน  วันก่อเหตุตัวเขาเป็นผู้เริ่มลงมือทำร้ายคู่อริก่อน จึงทำให้คนอื่นๆ ยกให้เขาเป็นหัวหน้า

หลังตำรวจเร่งล่า กดดันสมาชิกแก๊งกิ้มซั้วภูเขาทองอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดวันนี้ สามารถควบคุมตัวสมาชิกทั้งหมด 7 คน ได้แล้ว ปิดฉากแก๊งกิ้มซั้วภูเขาทองไปอีก 1 คดี

สมาชิกทั้ง 7 คน ถูกแจ้งข้อหา ร่วมกันวางเพลิงเผาทรัพย์ผู้อื่น ร่วมกันทำร้ายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจ ร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด โดยทำให้กลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย เสรีภาพ ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวหรือกักขังผู้อื่น หรือกระทำการให้ผู้อื่นปราศจากเสรีภาพ ปล้นทรัพย์ กระทำโดยแสดงความทารุณ จนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายหรือจิตใจ โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำความผิด

                                                                                                         อรวรรณ รัตนเดชา

                                                                                                                รายงาน