รวบลูกน้อง“ต๋อง ปิ่นทอง”แก๊งโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ พบประวัติก่อเหตุโชกโชน

499

ตำรวจรวบตัวลูกน้อง “ต๋อง ปิ่นทอง”แก๊งโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง  ซึ่งมีประวัติเคยถูกดำเนินคดีข้อหาลักทรัพย์มาอย่างโชกโชนเกือบ 30 คดี เข้าออกเรือนจำนับครั้งไม่ถ้วนและยังพบว่าคนร้ายกลุ่มนี้ มีความเชื่อมโยงกับแก๊งปลอมแปลงเอกสารราชการรายใหญ่ ซึ่งถูกจับได้ไปก่อนหน้านี้ด้วย   

วงจรปิดภายในชุมชนแห่งหนึ่ง พื้นที่อำเภอเมืองฉะเชิงเทรา บันทึกภาพขณะรถแท็กซี่สีเหลืองคันหนึ่งขับมาจอด จากนั้นมีชายสวมกางเกงขาสั้นเดินลงจากรถ แล้วพุ่งตรงไปที่รถกระบะสีบรอนซ์เงินที่จอดอยู่ข้างทาง ก่อนใช้อุปกรณ์ที่เตรียมมางัดแงะประตูฝั่งที่นั่งข้างคนขับ ชายคนร้ายใช้เวลางัดประตูรถประมาณ 5 นาที  ก่อนเดินกลับขึ้นรถแท็กซี่ไป พร้อมเปลี่ยนตัวให้ชายอีกคนลงไปทำหน้าที่ขับรถกระบะคันดังกล่าวหลบหนี

ผ่านไปไม่ถึงเดือนคนร้ายแก๊งนี้ยังนำรถกระบะสีบรอนซ์เงินคันที่โจรกรรมมาได้  ขับไปตระเวนก่อเหตุในพื้นที่เขตบางพลัด กรุงเทพมหานคร  โดยแบ่งหน้าที่กันทำเหมือนเดิมหนึ่งในแก๊งลงจากรถเดินตระเวนดูรถเป้าหมาย ก่อนพบกับรถยนต์โตโยต้าฟอร์จูนเนอร์ จากนั้นอาศัยจังหวะปลอดคน เข้าทุบกระจกแล้วพากันขับหลบหนี เจ้าของรถเผย ขณะเกิดเหตุรถของเธอจอดอยู่ริมรั้วข้างบ้าน แต่คนร้ายก็ยังกล้าเข้าก่อเหตุ

ตำรวจตามแกะรอยแก๊งนี้จากกล้องวงจรปิด จนสามารถรวบตัวสมาชิก 3  คน ในจำนวน 6  คนเอาไว้ได้ คือนายชาญชัย  อ่อนศิริ , นายอนันต์  น้อยเคน และนายธวัชชัย  มรกต ทั้ง 3 คนเพิ่งพ้นโทษจากเรือนจำในคดีลักทรัพย์ และมีประวัติก่อเหตุโชกโชน ก่อนผันตัวมาเป็นลูกน้องของนายต๋อง ปิ่นทอง ผู้ต้องหารายสำคัญมีประวัติก่อเหตุลักทรัพย์มาแล้วถึง 28 คดี ตั้งตัวเป็นหัวหน้าแก๊งโจรกรรมรถยนต์รายใหญ่ในพื้นที่ภาคกลาง โดยทำเป็นขบวนการเริ่มจากให้นายแสงพร้าว สมาพวก ซึ่งขณะนี้ยังอยู่ระหว่างหลบหนีทำหน้าที่ประสานงานกับคนในแก๊ง

จากนั้นให้นายธวัชชัย ขับรถตระเวนพานาย อนันต์ น้อยเคน, นายต๋อง ปิ่นทอง และนายสมยศ  แก้วซุง ไปลงมือก่อเหตุ ก่อนจะส่งรถที่โจรกรรมมาได้ไปให้นายชาญชัยดัดแปลงและเปลี่ยนกุญแจ เพื่อส่งขายต่อให้กับนายทุนในภาคใต้

ตำรวจอยู่ระหว่างล่าตัว นายต๋อง  ปิ่นทอง  หัวหน้าแก๊ง และลูกน้องอีก 2 คน คือนายสมยศ  แก้วซุง  และนายแสงพร้าว สมาพวก ซึ่งพบเบาะแสแหล่งกบดานอยู่ในจังหวัดทางภาคใต้แล้ว

ตำรวจเตือนให้ประชาชนจอดรถอย่างระมัดระวัง เพราะจากสถิติการโจรกรรมรถในปัจจุบันพบว่า คนร้ายไม่เจาะจงประเภทหรือยี่ห้อรถ แต่จะใช้ความประมาทของเหยื่อและช่วงจังหวะสบโอกาสเข้าก่อเหตุแทน

                                                                                                                 จุฑารัตน์  มีช้าง

                                                                                                                      รายงาน