เจาะเกาะติด-วิสามัญ “โย ลาย” นักโทษหลบหนี ดับคารถ หลังชักปืนยิงต่อสู้

369

ความคืบหน้ากรณีนักโทษคดียาเสพติด เจ้าของฉายา “โย ลาย” ที่วิ่งฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าของที่หลบหนี ขณะนั่งฟังคำพิพากษากลางศาลจังหวัดน่าน  ล่าสุดตำรวจได้เบาะแสนำกำลังไล่ล่าตัว แต่อีกฝ่ายชักปืนยิงต่อสู้ ถูกตำรวจวิสามัญเสียชีวิต หลังหลบหนีมาได้ 4 วัน 

8 มีนาคม กล้องวงจรปิดในห้องฟังคำพิพากษา ศาลจังหวัดน่าน จับภาพขณะเจ้าหน้าที่กรมราชทัณฑ์ คุมตัวกลุ่มนักโทษชายออกมาจากห้องขัง เพื่อนั่งฟังคำพิพากษาหน้าทีวีวงจรปิด จากภาพจะเห็นว่ามีนักโทษชายคนหนึ่งเดินออกมาแล้วนั่งลง โดยมองไปที่ประตูตลอดเวลา จากนั้นเขาก้มตัวลงแล้วใช้มือทำอะไรบางอย่าง ทันใดนั้นก็ตัดสินใจวิ่งฝ่าเจ้าหน้าที่ออกไปอย่างรวดเร็ว โดยที่โซ่ตรวนถูกสะบัดหลุดออกจากข้อเท้า แม้เจ้าหน้าที่ 3 นายจะพยายามช่วยกันจับตัวไว้แต่เขาดิ้นหลุด จังหวะที่กำลังชุลมุนนักโทษชายอีกคนเห็นสบโอกาสพยายามวิ่งหลบหนีไปเช่นกันทั้งที่มีโซ่ตรวนติดอยู่ แต่ไปไม่รอด 2 นาทีต่อมา เขาถูกเจ้าหน้าที่จับตัวกลับมาได้สำเร็จ

ส่วนนักโทษคนแรกที่ฝ่าวงล้อมเจ้าหน้าที่ไปได้ วิ่งหนีมาฝั่งตรงข้ามศาลจังหวัดน่าน เข้าไปภายในวัดพระธาตุช้างค้ำวรวิหาร โดยมีเจ้าหน้าที่ 2 นายไล่ตามมา กล้องวงจรปิดอีกมุมจับภาพนักโทษคนเดิม ขี่รถจักรยานยนต์ที่ชิงมาจากชาวบ้าน หลบหนีไปอย่างรวดเร็ว

หลังเกิดเหตุตำรวจกระจายกำลังหาตัวนักโทษที่หลบหนีรายนี้คือ นายอดิเรก ชมพูรส หรือ โยลาย ซึ่งมีลายสักเต็มตัว เป็นนักโทษคดียาเสพติด ที่ถูกจับกุมเมื่อเดือนธันวาคมปีก่อน แต่ไร้วี่แววกระทั่งวันนี้ (12 มี.ค.61) ตำรวจได้เบาะแสจากเจ้าของอู่รถคนหนึ่งซึ่งเป็นลูกหนี้ ติดเงินค่าซ่อมรถนายอดิเรก บอกว่า หลังหลบหนีออกมาจากศาล นายอดิเรกโทรศัพท์ให้ไปพบ แล้วใช้ปืนลูกซองสั้นขู่บังคับให้เช่ารถป้ายแดงมาให้เพื่อใช้หลบหนีเขาจึงติดต่อเต็นท์ กระทั่งได้รถเก๋งมาสด้าสีแดง แล้วนัดส่งมอบให้ที่อู่รถ ก่อนตัดสินใจแจ้งเบาะแสให้กับตำรวจ

หลังได้เบาะแสสำคัญ ตำรวจจึงนำกำลังไล่ล่ารถคันดังกล่าวไปอย่างกระชั้นชิด จนมาถึงบริเวณหน้าวัดพญาวัด นายอดิเรกจนมุมเพราะรถไม่สามารถไปต่อได้จึงชักปืนยิงต่อสู้ ตำรวจจึงตัดสินใจวิสามัญนายอดิเรก เสียชีวิตคารถ ด้านรองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 5 เปิดเผยว่าจากการตรวจสอบโซ่ตรวนที่นายอดิเรกปลดทิ้งไว้ก่อนหลบหนี พบว่าโซ่มีรอยเลื่อยเตรียมไว้เพื่อให้ถอดได้ง่าย

สำหรับนายอดิเรก ตำรวจสืบพบว่าระหว่างหลบหนี ได้ไปกบดานอยู่กับเครือข่ายยาเสพติดในพื้นที่ ซึ่งให้ความช่วยเหลือ จัดเตรียมโทรศัพท์ ปืน และของใช้ไว้ให้หลบหนี ก่อนถูกตำรวจวิสามัญ หลังหนีมาได้เพียง 4 วัน

                                                                                                     สิริรัตน์ รัตนสิมานนท์

                                                                                                           รายงาน