เหยื่อแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่ 5 ล้าน หนีรอดกลางปั๊ม เผยคนใกล้ตัวบงการ หวังทรัพย์สิน

139

จากกรณีกลุ่มคนร้ายวางแผนติดต่อขอซื้อที่ดินจากเหยื่อสาว เจ้าของสวนผลไม้ใน จ.จันทบุรี  แล้วอุ้มเรียกค่าไถ่ 5 ล้านบาท แต่เมื่อไม่ได้เงินตามที่ตกลงจึงบังคับให้ขึ้นรถขู่จะพาไปยิงทิ้ง ระหว่างทางเหยื่อออกอุบายขอเข้าห้องน้ำ ก่อนวิ่งหนีออกมาได้

กลางดึกคืนวันที่ 10 มีนาคมที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดของปั๊มน้ำมันแห่งหนึ่ง ในอำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จับภาพขณะชายคนหนึ่งวิ่งหนีออกจากรถเก๋งสีดำที่จอดอยู่ ทันทีที่หญิงสาวอีกคนเห็น เธอรีบวิ่งหนีจากชายชุดดำ เข้าไปในร้านสะดวกซื้อที่อยู่ในปั๊มแต่กลับไปเจอชายอีกคนที่กำลังซื้อของอยู่ เข้ามาล็อกตัวเธอเอาไว้  จึงพยายามสะบัดตัวหนีจนหลุดออกมาได้ จากภาพสังเกตเห็นว่าทั้งคู่ พยายามตะโกนขอความช่วยเหลือ ทำให้คนร้ายรีบเดินหนีไปอย่างรวดเร็ว

ก่อนเกิดเหตุประมาณ 1 เดือน มีผู้ติดต่อมาขอซื้อผลไม้กับผู้เสียหาย เธอจึงเสนอไปว่ากำลังจะขายที่ดินผืนหนึ่งในจังหวัดจันทบุรี โดยคนร้ายนัดหมายให้มาพบกันกันที่บ้านหลังหนึ่ง ในอำเภอบ้านบึง จังหวัดชลบุรี เมื่อผู้เสียหายหลงเชื่อ คนร้ายทั้ง 3 คน จึงเข้ามาล็อกตัวเธอและเพื่อนจับมัดมือปิดตา อ้างมีผู้จ้างวานให้มาฆ่าในราคา 5 ล้านบาท ผู้เสียหายจึงออกอุบายเสนอให้เงิน 6 ล้านบาท เพื่อแลกกับการปล่อยตัวแต่เมื่อคนร้ายเจรจากันตกลงว่าจะรับเงินเพียงแค่ 3 ล้านบาท เวลาผ่านไปนานกว่า 5 ชั่วโมง เมื่อคนร้ายยังไม่ได้รับเงิน จึงบังคับพาไปขึ้นรถเก๋งเดินทางไปเขาใหญ่โดยขู่ว่าจะพาไปยิงทิ้ง ซึ่งระหว่างทางได้บังคับให้ผู้เสียหายลงไปกดเงินจากตู้เอทีเอ็ม 1 แสนบาท พร้อมค้นเอาของมีค่าและเงินสดในกระเป๋าไปอีก 3 หมื่นบาท

กระทั่งคนร้ายแวะจอดรถที่ปั๊มน้ำมัน ผู้เสียหายจึงทำทีขอเข้าห้องน้ำ แล้วอาศัยจังหวะที่คนร้ายเผลอวิ่งหลบหนีออกมาได้ ก่อนที่คนร้ายจะนำรถ ของเธอไปจอดทิ้งไว้ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร

ตำรวจสามารถตามไปรวบตัวนายกำปั่น ทอนเกาะ อายุ 51 ปี นายกฤษฎา ประวิเศษ อายุ 47 ปี  และนายสมชาย มีสัตย์ อายุ 37 ปี ขณะขับรถออกจากหมู่บ้านเอื้ออาทร อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ตรวจค้นภายในรถพบยาไอซ์  ยาบ้า และธนบัตรปลอม ผู้ต้องหาทั้ง 3 คน ให้การซัดทอดถึงนายปลูก ว่าเป็นผู้ว่าจ้างให้มาอุ้มเหยื่อสาวรายนี้ และเป็นผู้หาปืนปลอมมาให้ โดยมีนางสาวจิตรัตดา ทำหน้าที่ติดต่อขอซื้อที่ดิน ผู้เสียหายคาดว่าผู้บงการอาจเป็นบุคคลใกล้ชิดที่เคยทำงานด้วยกัน แต่ขาดการติดต่อไปประมาณ 4-5 ปี เนื่องจากมีเพียงไม่กี่คนที่รู้ว่าเธอมีสวนผลไม้ จึงวางแผนมาก่อเหตุคาดว่าอาจประสงค์ต่อทรัพย์

ตำรวจสืบสวนพบว่าแก๊งอุ้มเรียกค่าไถ่กลุ่มนี้มีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นตำรวจ รีดไถ่เงินจากผู้ค้ายาเสพติด แม้ผู้ต้องหาจะอ้างว่าก่อเหตุลักษณะนี้เป็นครั้งแรก แต่ตำรวจไม่ปักใจเชื่อเพราะจากการตรวจค้นห้องพักพบทั้งปืนปลอม เอกสารบัตรและหมวกตำรวจ รวมทั้งนาฬิกาและทองปลอมที่ใช้ตบตาผู้เสียหาย

จากการตรวจสอบประวัติผู้ต้องหาทั้ง 3 คน เคยถูกจับในข้อหาเสพและครอบครองยาเสพติด ลักทรัพย์ ฉ้อโกง และยักยอกทรัพย์ ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งขยายผลหาตัวผู้บงการมาดำเนินคดี

                                                                                                      วัลภา ปัญญาสรรเสริญ

                                                                                                             รายงาน