คุมเข้มสงกรานต์ เมาแล้วขับจับติดกำไล EM

160

หลังจากที่กรมคุมประพฤติ ประกาศนำร่องใช้กำไลอีเอ็มคุมเข้มคดีเมาแล้วขับ ในพื้นที่รับผิดชอบของศาลแขวงพระนครเหนือและศาลแขวงดอนเมือง ช่วงเทศกาลสงกรานต์ปีนี้  วันนี้นับเป็นวันแรกที่เริ่มใช้กำไลอีเอ็ม  พบผู้กระทำผิดเมาแล้วขับ ถูกศาลพิจารณาให้ติดกำไลอีเอ็มแล้ว 9 ราย  

ตำรวจคุมตัวผู้กระทำผิดในคดีเมาแล้วขับ มาส่งที่ศาลแขวงพระนครเหนือเพื่อให้ผู้พิพากษาพิจารณาโทษ หลังตรวจพบปริมาณแอลกอฮอล์ มากกว่า 50 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์  ซึ่งเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด

ผู้ที่เข้าข่ายถูกคุมประพฤติ เพราะมีแนวโน้มเป็นต้นเหตุของอุบัติเหตุและมีปริมาณแอลกอฮอล์ไม่เกิน 250 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ กลุ่มนี้ ได้ถูกศาลสั่งปรับสูงสุด 20,000 บาท ยึดใบอนุญาตขับขี่ ถูกคุมประพฤติ 1 ปี และถูกติดกำไลอิเล็กทรอนิกส์หรือ กำไลอีเอ็มคุมประพฤติ เป็นเวลา 15 วัน ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่มาตรการนี้ถูกนำมาใช้กับผู้กระทำผิด เมาแล้วขับ ร่วมกับโทษอื่นๆ

ผู้ถูกคุมประพฤติ จากคดีเมาแล้วขับ ที่ถูกศาลพิจารณาให้ใช้กำไลอีเอ็มกลุ่มแรกในวันนี้ถูกจับในคดีเมาแล้วขับ  ตั้งคืนวันที่ 11-12 เมษายน  มีทั้งหมด 9 คน นั่นหมายความว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์นี้ พวกเขาจะถูกควบคุม ห้ามออกจากที่พักหรือนอกเหนือจากพื้นที่แจ้งเจ้าหน้าที่ไว้  ตั้งแต่เวลา 22.00-04.00 น. เป็นเวลา 15 วัน

ผู้อำนวยการสำนักงานคุมประพฤติกรุงเทพมหานคร 2 ยันว่าแม้ผู้ถูกคุมประพฤติ จะมียังคงมีอิสระในการใช้ชีวิตแต่ยังถูกควบคุมประพฤติอย่างเข้มงวด ผ่านระบบ GPS ติดตามตัว ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่ติดตามพฤติกรรมผ่านจอมอนิเตอร์ ตลอด 24 ชั่วโมง   ซึ่งหากพบยังกระทำผิดซ้ำหรือไม่ทำตามเงื่อนไข ก็อาจถูกพิจารณาเพิ่มโทษ

สำหรับมาตรการคุมเข้มเมาแล้วขับ ในช่วง 7 วันอันตรายนี้ นอกจากมาตรการติดกำไลอีเอ็มคุมประพฤติแล้ว  ผู้ที่กระทำผิดเมาแล้วขับที่พบปริมาณแอลกอฮอล์มากกว่า 251 มิลิกรัมเปอร์เซ็นต์ อาจถูกพิจารณาโทษจำคุกทันทีโดยไม่อนุญาติให้ประกันตัว ซึ่งในวันนี้ศาลแขวงพระนครเหนือได้พิพากษาโทษจำคุกผู้ที่เมาแล้วขับจำนวน 2 ราย

                                                                                                      ญาณิชสา  ศิริมูลกุล

                                                                                                            รายงาน