นำผู้ต้องหาเมาแล้วขับ ”ดื่มน้ำสาบาน” ก่อนส่งฟ้องศาล

263

รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นำผู้ต้องหาเมาแล้วขับ ช่วงสงกรานต์ 380 คน ร่วมดื่มน้ำสาบาน ก่อนส่งฟ้องศาล หลังพบผู้เมาแล้วขับเพิ่ม เนื่องจากไม่กลัวบทลงโทษ จึงต้องใช้มาตรการทางจิตใจมาบังคับ

โครงการ เมาแล้วขับ กลับใจ ต่อไปจะไม่เมาแล้วขับ เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่ทางกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 ร่วมกับตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรปราการ จัดโครงการขึ้นนำประชาชนซึ่งถูกจับในคดีเมาแล้วขับ ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทุกโรงพัก ในสังกัดตำรวจภูธรสมุทรปราการ จำนวน 380 คน มาทำการอบรม และทำความเข้าใจกับผู้ที่ถูกดำเนินคดี

โดยมีพลตำรวจเอกวิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ เป็นประธาน ในโครงการได้นิมนต์พระสงฆ์มาเทศนาให้กับผู้ต้องหา เพื่อสั่งสอนตามแนวทางของพระพุทธศาสนาให้มนุษย์ดำรงชีวิตด้วยความไม่ประมาทและโทษต่างๆ ที่ เกิดจากการเมาแล้วขับ นอกจากส่งผลให้เกิดอันตรายต่อชีวิตแล้ว และยังทำให้คนอื่นได้รับผลกระทบด้วย

จากนั้นได้ให้ผู้ต้องหาทั้งหมดกล่าวสัตย์ปฏิญาณและดื่มน้ำมนต์ถือสัจจะ ซึ่งมีมีด และกระสุนปืนอยู่ในขันว่า ถ้าดื่มสุราจะไม่ขับรถอีกเป็นอันขาด หากผิดคำสัตย์ ที่ให้ไว้ ขอให้ชีวิตมีอันเป็นไปภายใน 3 วัน ก่อนที่จะคุมตัวทั้งหมดส่งฟ้องศาลแขวงสมุทรปราการต่อไป

สำหรับโทษที่ผู้ต้องหาเมาแล้วขับหลังจากส่งฟ้องศาลแล้ว ศาลจะสั่งปรับตั้งแต่ 5,000-8,000 บาท โทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ โดยให้รายงานตัว 3 เดือนต่อครั้ง และบำเพ็ญประโยชน์ 24 ชั่วโมง รวมถึงการใช้มาตรการคุมประพฤติ โดยการติดตั้งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ หรือกำไลข้อเท้า อีเอ็ม ซึ่งผู้ถูกติดตั้ง กำไลข้อเท้า จะถูกห้ามออกจากเคหะสถาน ตั้งแต่เวลา 22.05 น. เป็นเวลา 15 วัน

ซึ่งมาตรการนี้ ทางศาลแขวงกรุงเทพได้นำมาใช้แล้ว จึงอยากเตือนประชาชน ถ้าดื่มแล้วต้องไม่ขับ เพื่อช่วยกันลดอุบัติเหตุบนท้องถนน แต่จากสถิติถือว่าการจับกุม ผู้เมาแล้วขับพบมากขึ้นทุกปี เนื่องจากไม่เกรงกลัวต่อบทลงโทษ ตำรวจจึงต้องใช้มาตรการทางจิตใจมาบังคับกลุ่มนี้ โดยการดื่มน้ำมนต์สาบานตนและถือสัจจะว่า จะไม่ดื่มแล้วขับอีก