คุมตัวทำแผน มือฆ่าชิงทองเศรษฐีนีกลางห้างดังจ.ชุมพร ตร.ยันเอาผิดถึงที่สุด

304

ความคืบหน้าเหตุอุกอาจ เมื่อคนร้ายใช้มีดแทงหญิงวัย 56 ปี เสียชีวิตในห้องน้ำของห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จังหวัดชุมพร ก่อนเทศกาลสงกรานต์ ล่าสุดตำรวจรวบตัวผู้ต้องหาที่ก่อเหตุได้แล้วพร้อมคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าตัวยอมรับนำเงินไปเล่นพนันและใช้หนี้ ขณะที่ญาติกังวลว่าการที่ ผู้ต้องหาเป็นลูกหลานนักการเมืองท้องถิ่นจะไม่ได้รับความเป็นธรรม

นายรณกร ศุภมงคลเลิศ หรืออ๊อฟ ผู้ต้องหาก่อเหตุฆ่าชิงทรัพย์นางทัศนีย์ ไชยศรี อายุ 56 ปี เมื่อวันที่ 11 เมษายนที่ผ่านมา ถูกตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร คุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพภายในห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง จังหวัดชุมพร โดยมีกำลังตำรวจกว่า 50 นายควบคุมและรักษาความปลอดภัยอย่างแน่นหนา เนื่องจากมีกลุ่มญาติของผู้เสียชีวิตมารอดูการทำแผนในครั้งนี้ พร้อมตะโกนด่าผู้ต้องหาตลอดเวลา จึงเกรงว่าจะเกิดเหตุชุลมุ

จุดแรกที่ทำแผนประกอบคำรับสารภาพ คือบริเวณลานจอดรถที่นายรณกรขี่รถจักรยานยนต์มาจอด ก่อนเดินเข้าห้างเพื่อมองหาเหยื่อ โดยผู้ต้องหายอมรับว่า ยืนมองหาเหยื่อหน้าธนาคารภายในห้างอยู่นาน และพยายามก่อเหตุหลายครั้ง แต่ไม่สบโอกาส จึงเดินไปบริเวณศูนย์อาหารของห้าง พบนางทัศนีย์สวมสร้อยทองและสร้อยข้อมือ จึงตามประกบ ไปจนถึงบริเวณหน้าห้องน้ำคนพิการ

จากนั้นใช้มีดที่เตรียมมาจี้เหยื่อ ผลักเข้าไปในห้องน้ำ แต่นางทัศนีย์ขัดขืนและส่งเสียงร้อง จึงใช้มีดแทง 2 ครั้ง ก่อนกระชากสร้อยทอง แต่ขณะถอดสร้อยข้อมือได้ยินเสียงคนด้านนอกกำลังเข้ามา จึงถอดกางเกงนางทัศนีย์มาปิดบังใบหน้า และวิ่งหลบหนีออกไป ซึ่งสอดคล้องกับคำให้การของพยาน

ผู้ต้องหาระบุว่า หลังก่อเหตุ วิ่งหลบหนีไปที่ลานจอดรถห้าง เพื่อขี่รถจักรยานยนต์ที่จอดไว้หลบหนี แต่ระหว่างนั้นมีพลเมืองดีไล่ตาม จึงตัดสินใจวิ่งไปขโมยรถจักรยานยนต์ของประชาชนซึ่งจอดอยู่โดยมีกุญแจเสียบไว้ ขี่หลบหนีไปตามเส้นทางเข้าเมืองชุมพร กระทั่งแน่ใจว่าหนีพ้นแล้ว จึงนำรถที่ชิงมาและมีดทิ้งป่าริมทาง ก่อนจะย้อนกลับไปที่ห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุ เพื่อขี่รถจักรยานยนต์ของตัวเองที่จอดอยู่หลบหนีไป

เขาสารภาพว่า ก่อเหตุเพราะต้องการนำเงินไปเล่นการพนันออนไลน์และใช้หนี้พนัน โดยมีข้อมูลว่า ก่อนหน้านี้ผู้ต้องหาเคยติดหนี้พนันออนไลน์มากถึง 5 แสนบาท แต่ครั้งนั้นแม่ของผู้ต้องหาช่วยใช้หนี้ให้จนหมดแล้ว กระทั่งติดหนี้อีก

ขณะที่ญาติของผู้เสียชีวิตเกรงว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรม เนื่องจาก ผู้ต้องหา เป็นลูกหลานของนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งเป็นผู้มีอิทธิพลในพื้นที่ เกรงว่าอาจมีการช่วยเหลือทางคดี ซึ่งผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชุมพร ยืนยันกับญาติผู้เสียชีวิตว่า จะดำเนินคดีจนถึงที่สุดโดยไม่มีการละเว้น

สำหรับห้างสรรพสินค้าที่เกิดเหตุ ตำรวจสั่งให้เพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัย เนื่องจากก่อนหน้านี้เคยเกิดเหตุคนร้ายพกอาวุธเข้ามาก่อเหตุในห้างดังกล่าวถึง 3 ครั้ง

โดยคดีแรกเกิดเหตุเมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2556 เหตุการณ์ที่อดีตสามีบุกยิงภรรยากลางห้าง สาเหตุโกรธแค้นที่ฝ่ายหญิงไม่ยอมคืนดีด้วย คดีที่ 2 เกิดขึ้นวันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2558  ปลัดองค์การบริหารส่วนตำบลสวนแตง ทะเลาะวิวาทกับอดีตแฟนสาวเพราะหึงหวงที่มาเดินห้างกับแฟนใหม่ จึงใช้ปืนยิงทั้งอดีตแฟนสาวและชายหนุ่มอีกคน ท่ามกลางสายตาของผู้ที่มาใช้บริการห้างดังกล่าว และล่าสุดเกิดเหตุการณ์ฆ่าชิงทรัพย์ครั้งนี้อีก สะท้อนถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ที่ยังหละหลวม

ไพจิตร  ภานนท์

รายงาน