3 พี่น้องลูกครึ่งตกระเบียงหอพักยังสาหัส – เตรียมรับศพน้องคนเล็กบำเพ็ญกุศล

625

แพทย์ยังเฝ้าดูอาการพี่น้องลูกครึ่งไทย – สวิสเซอร์ แลนด์ ที่พลัดตกระเบียงหอพักอย่างใกล้ชิด พบน้องดานี่วัย 7 ขวบ มีอาการติดเชื้อ ส่วนพี่ชายและพี่สาวตอบสนองการรักษาได้ดีขึ้น ด้านสำนักงานหลัก ประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ยืนยัน ดูแลค่ารักษาทั้ง 3 พี่น้องจนกว่าจะหาย

ความคืบหน้าเหตุสลด 4 พี่น้องลูกครึ่งไทย –สวิสเซอร์ แลนด์ พลัดตกระเบียงหอพักย่านรามคำแหง เมื่อวันที่ 1 พฤษภาคมที่ผ่านมา หลังน้องชายคนเล็กซึ่งอยู่ในวัยซุกซน ปีนป่ายจนพลัดตก พี่ๆ ทั้ง 3 คนจึงพยายามช่วยเหลือจนทำให้ทั้งหมดพลัดตกจากระเบียงชั้น 4 ของหอพัก

เหตุการณ์นี้ทำให้เด็กชายคนัธชา โบเรล หรือน้องอเล็กซ์ วัย 5 ขวบ ได้รับบาดเจ็บที่ศีรษะอย่างหนักเสียชีวิตที่โรงพยาบาล ส่วนเด็กชายลูก้า โบเรล หรือน้องต้นกล้า อายุ 11 ขวบ และเด็กหญิงชนิดา โบเรล หรือน้องดานี่ อายุ 7 ขวบ บาดเจ็บสาหัสจากการ

กระทบกระเทือนที่ศีรษะแพทย์ต้องเร่งผ่าตัดช่วยเหลือ ล่าสุดทั้งคู่ยังคงรักษาอาการอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลรามคำแหง โดยน้องต้นกล้าวัย 11 ขวบ แม้ยังคงบาดเจ็บสาหัส แต่มีการฟื้นตัวและตอบสนองต่อการรักษาที่ดีขึ้น คาดว่าหลังจากนี้หากอยู่ในระดับปลอดภัยจะสามารถส่งตัวไปใช้สิทธิ์รักษาต่อยังโรงพยาบาลของรัฐได้ ส่วนน้องดานี่วัย 7 ขวบมีอาการทรุดลง เนื่องจากแพทย์พบการติดเชื้อหลังการผ่าตัด จึงให้งดเยี่ยม ทั้งคู่ยังคงต้องเฝ้าระวังอาการอย่างใกล้ชิดในห้องไอซียู

ส่วนเด็กหญิงพาเมลา โบเรล หรือน้องดีดี้ อายุ 10 ขวบ ซึ่งถือว่าได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุด แพทย์ได้ตรวจอาการบริเวณขาที่หัก แต่ยังไม่สามารถผ่าตัดได้เนื่องจากน้องดีดี้เคยป่วยด้วยโรคหอบหืด ทำให้เมื่อต้องรับแรงกระแทกอย่างหนัก จึงมีอาการปอดช้ำ ต้องรอให้อาการดีขึ้นก่อนจะสามารถผ่าตัดรักษาได้ ส่วนกระดูกใบหน้าที่แตกและศีรษะที่ได้รับความกระทบกระเทือน รวมถึงการมองเห็นล่าสุดเป็นปกติแล้ว

ด้าน ผู้ช่วยเลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ หรือ สปสช. ซึ่งได้เข้าเยี่ยมอาการพี่น้องลูกครึ่งที่รอดชีวิตทั้ง 3 ยืนยันกรณีค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่โรงพยาบาลรามคำแหงซึ่งเป็นโรงพยาบาลเอกชน เหตุการณ์นี้ถือเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงที่ก่อให้เกิดภาวะเจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤต ค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลช่วง 72 ชั่วโมงแรก สามารถใช้สิทธิ์ตามนโยบาย “เจ็บป่วยฉุกเฉินวิกฤติ มีสิทธิทุกที่”  และเมื่อพ้น 72 ชั่วโมงแล้ว แพทย์จะยึดผู้ป่วยเป็นหลัก กรณีนี้สามารถใช้สิทธิ์คุ้มครองจนกว่าจะเคลื่อนย้ายได้ จึงจะส่งตัวกลับรักษา ต่อยังหน่วยบริการตามสิทธิบัตรทอง

ด้านแม่และพ่อของเด็ก ซึ่งเป็นชาวสวิสเซอร์แลนด์ได้เดินทางไปพบตำรวจที่ สน.หัวหมาก เพื่อไกล่เกลี่ยทำข้อตกลง เนื่องจากทั้งคู่ยังมีปัญหาการฟ้องร้องสิทธิ์เลี้ยงดูบุตร เพื่อนำเอกสารเข้ารับศพเด็กชายคนัธชา โบเรล หรือน้องอเล็กซ์ วัย 5 ขวบ จากสถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจไปบำเพ็ญกุศล