ประกาศ อ.สังขละบุรี เป็นพื้นที่ภัยพิบัติ หลังน้ำป่าไหลหลาก – ดินถล่ม

301

วันนี้อำเภอสังขละบุรีเผชิญฝนตกหนักและน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมพื้นที่ และเกิดดินโคลนถล่มหลายจุด ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี จึงประกาศให้เป็นพื้นที่ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน โดยที่สะพานมอญสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญ ชาวบ้านช่วยกันดูแลตัวสะพาน เพราะกลัวว่าจะได้รับความเสียหาย

นี่เป็นคลิปที่ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ละแวกสะพานอุตตมานุสรณ์ หรือสะพานมอญ ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี ถ่ายไว้ได้ เป็นช่วงที่มีฝนตกและระดับน้ำในแม่น้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วมีสีแดงขุ่น และพัดพาเอาเศษกิ่งไม้ไหลมาติดใต้สะพาน ทำให้ชาวบ้านต้องช่วยกันดูแล เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบกับตัวสะพาน

ส่วนที่บ้านสะเนพ่อง หมู่ 2 ตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี มีน้ำป่าไหลหลากจากป่าทุ่งใหญ่นเรศวร ทำให้ระดับน้ำเอ่อล้นจากลำห้วยขึ้นมาท่วมบ้านเรือน รวมถึงพื้นที่ต่างๆ และน้ำยังได้ท่วมสะพานที่ชาวบ้านใช้ข้ามลำห้วย จนไม่สามารถใช้การได้ ทำให้ชาวบ้านกว่า 200 หลังคาเรือน ถูกตัดขาดจากโลกภายนอก

นายสมชาย วุฒิพิมลวิทยา นายกองค์การบริหารส่วนตำบลไล่โว่ ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย โดยใช้เรือยางและเดินเท้าควบคู่ไปด้วย พบมีพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด 3 หมู่บ้าน ประกอบด้วย หมู่ 2 บ้านสะเนพ่อง หมู่ 3 บ้านเกาะสะเดิ่ง และหมู่ 6 บ้านจะแก โดยระดับน้ำสูงมากกว่า 1 เมตร ไหลเข้าท่วมบ้านเรือน วัด และโรงเรียน ทำให้โรงเรียนต้องหยุดการเรียนการสอน ชาวบ้านไม่สามารถออกจากบ้านได้และต้องอาศัยอยู่บนชั้นสอง ขาดแคลนอาหารและน้ำดื่ม

เบื้องต้น อบต.ไล่โว่ ได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือ พร้อมประสานกับอำเภอสังขละบุรีและทหารหน่วยเฉพาะกิจลาดหญ้า นำเรือท้องแบนเข้าไปอพยพชาวบ้านที่ติดอยู่ตามบ้านเรือน ออกมาพักอาศัยในวัด และที่ อบต.ไล่โว่ อย่างเร่งด่วน

ล่าสุด นายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี เปิดเผยว่า จากการสำรวจสถานการณ์เบื้องต้น พบตำบลหนองลู และตำบลไล่โว่ อำเภอสังขละบุรี มีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน 400 ครัวเรือน พื้นที่และทรัพย์สินทางการเกษตรเสียหาย 300 ไร่ ถนนเสียหาย 2 สาย

จากปัญหาอุทกภัย น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม ทำให้ต้องประกาศให้พื้นที่อำเภอสังขละบุรี เป็นเขตให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน เพื่อให้ส่วนราชการ หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าไปให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด