เหยื่อโผล่แฉเพียบ ถูกฉกเงินในบัญชี – ธ.กรุงไทย สั่งลงโทษพนักงานแล้ว

865

พบผู้เสียหายถูกถอนเงินในบัญชีธนาคารกรุงไทยเพิ่มอีกและทยอยเข้าแจ้งความแล้ว เผยเงินหายเกือบ 4 แสนบาทเป็นเงินที่เก็บมาทั้งชีวิต ล่าสุดธนาคารตรวจสอบเบื้องต้นพบพนักงานทุจริตขโมยเงินลูกค้า 13 ราย เป็นเงินกว่า 4 ล้านบาท สั่งลงโทษแล้ว

กรณีผู้ใช้เฟซบุ๊กโพสต์ภาพสมุดบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาปาย จังหวัดแม่ฮ่องสอน บอกเล่าเรื่องราวที่จู่ๆเงินของแม่ที่ฝากไว้ในบัญชีหายไป 2 แสน 9 หมื่นบาท เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2561 เหลือเงินอยู่เพียง 3,000 บาท ทั้งที่เป็นช่วงที่แม่เดินทางมาหาหลานๆ ที่จังหวัดฉะเชิงเทรา และไม่เคยมีบัตรเอทีเอ็ม หรือแอปพลิเคชันใดๆ ของธนาคารเลยแต่เงินกลับถูกถอนที่อำเภอปายจึงติดต่อสอบถามไปยังธนาคาร โดยธนาคารรับปากจะตรวจสอบให้ โดยเขาโพสต์ภาพและข้อความเมื่อวันที่ 5 มกราคมที่ผ่านมา ทำให้มีผู้สนใจเข้ามาแสดงความคิดเห็นต่างๆ นานา และแชร์กันออกไปจำนวนมาก

ต่อมาวันที่ 7 มกราคม ผู้จัดการธนาคารสาขาดังกล่าวออกมายืนยันว่าเงินลูกค้าไม่ได้หายและขอเวลาตรวจสอบ พร้อมแจ้งเรื่องไปยังสำนักงานใหญ่แล้ว และเมื่อวานนี้ (8 ม.ค.) ผู้ใช้เฟซบุ๊กรายดังกล่าวได้โพสต์ภาพสมุดบัญชีธนาคารอีกครั้ง พร้อมข้อความว่าได้รับเงินคืนเรียบร้อยแล้ว 2 แสน 9 หมื่นบาท พร้อมดอกเบี้ย 158 บาท แต่อยากได้คำชี้แจงจากธนาคารด้วยว่า ระบบขัดข้องได้อย่างไรและแก้ไขแล้วหรือยังเพราะในสมุดบัญชีระบุว่าเงินถูกถอนจากหน้าเคาน์เตอร์ธนาคาร และมีรหัสพนักงานโชว์ชัดเจน จึงอยากให้ธนาคารมีมาตรการที่ดีกว่านี้ในการรักษาเงินลูกค้า ไม่ให้เกิดขึ้นกับบุคคลอื่นอีก

ต่อมาช่วงบ่ายวานนี้ (8 ม.ค.) มีผู้เสียหายเดินทางไปแจ้งความกับตำรวจ สภ.ปาย อีก 2 ราย โดยนางสม โอ๊ะ-เรือนแก้ว ชาวอำเภอปาย ที่ถูกถอนเงินออกจากบัญชีโดยไม่รู้ตัว เล่าว่าหลังทราบข่าวมีลูกค้าที่ฝากเงินไว้กับธนาคารสาขาเดียวกับเธอเงินหาย จึงนำสมุดบัญชีไปปรับยอดเงิน พบว่าวันที่ 25 พฤษภาคม 2561 เงินในบัญชีถูกถอนไป 352,000 บาท หลังปรับสมุดบัญชีธนาคารรีบนำเงินเข้าบัญชีให้ตามเดิมพร้อมดอกเบี้ย เธอดีใจที่ได้เงินคืนในส่วนของธนาคารจะเอาผิดกับผู้กระทำผิดก็ให้เป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย

ส่วนอีกรายยังไม่ได้เงินคืน คือ นางกนกพร บุญถนอม ชาวอำเภอปาย เช่นกัน เธอบอกว่าเมื่อทราบข่าวมีการขโมยถอนเงินออกจากบัญชีก็รีบนำสมุดไปปรับยอดที่ธนาคารเมื่อบ่ายวานนี้ (8 ม.ค.) พบว่าไม่สามารถปรับสมุดได้และเจ้าหน้าที่ธนาคารแจ้งว่าจะชดใช้เงินคืนให้แต่ต้องขอเวลาสักระยะหนึ่ง โดยไม่ระบุว่าจะชดใช้ให้เมื่อไรเธอยังเล่าอีกว่าเงินที่มีอยู่ในบัญชี 352,000 บาท หายไปเมื่อวันที่ 14 สิงหาคม 2561 เป็นเงินที่เก็บหอมรอบริบมาทั้งชีวิต กว่าจะได้แต่ละบาทต้องลำบากอย่างหนักและต้องเก็บไว้ส่งลูกเรียนหนังสือเพราะเพิ่งสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีแรก พอมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เสียใจมากแต่ได้นัดเจรจากับผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ในช่วงสายวันนี้ (9 ม.ค.)

ก่อนหน้านี้ยังมีนายพงษ์ศักดิ์ จ่าเหว่ ชาวอำเภอปาย เข้าแจ้งความเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทย สาขาปาย กรณียักยอกถอนเงินออกจากบัญชีลูกค้า โดยตำรวจได้พานายพงษ์ศักดิ์ไปที่ธนาคาร เพื่อนำสมุดไปปรับยอดเงินในบัญชี ซึ่งธนาคารได้ขอสมุดไปปรับให้ใหม่และนำเงินเข้าบัญชีทดแทนให้รวมดอกเบี้ย นายพงษ์ศักดิ์ไม่ติดใจดำเนินคดีกับธนาคาร

ขณะที่ธนาคารกรุงไทย ชี้แจงว่าจากการตรวจสอบพบพนักงานทุจริต และมีลูกค้าเสียหายจากการกระทำของพนักงานรายนี้อีก 13 คน ธนาคารจึงสั่งพนักงานคนดังกล่าวหยุดปฏิบัติงานและลงโทษตามระเบียบ รวมทั้งดูแลลูกค้าที่ได้รับความเสียหายทุกราย โดยนำเงินต้นและดอกเบี้ยเข้าบัญชีลูกค้าที่ได้รับผลกระทบเรียบร้อยแล้ว ธนาคารได้ขอโทษและขอให้ลูกค้ามั่นใจในระบบควบคุมภายในและมาตรฐานการตรวจสอบ ตลอดจนระบบงานธนาคาร และกำชับให้ผู้บังคับบัญชาดูแลลูกน้องอย่างใกล้ชิดมากยิ่งขึ้น

ขณะที่พันตำรวจเอก สมาน จิตบุญ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรปาย กล่าวว่าทางธนาคารได้ส่งผู้แทนมาดำเนินคดีกับพนักงานที่กระทำความผิดแล้ว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้เรียกผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดมาสอบปากคำ ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐาน หลังจากนี้จะส่งเรื่องให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ หรือ ป.ป.ท. จังหวัดเชียงใหม่ ดำเนินคดีต่อไป