ตร.แจงปมปิดบังหน้าแก๊งหลอกซื้อที่ดิน ปฏิบัติตามนโยบายปกป้องสิทธิ์

562

เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุแก๊งตระเวนหลอกซื้อที่ดิน โดยเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุก่อเหตุมาอย่างโชกโชนมากว่า 10 ปี ในหลายจังหวัดทั่วประเทศ แต่ขณะที่ตำรวจนำตัวกลุ่มผู้ต้องหามาแถลงข่าวปรากฏว่ามีการนำหน้ากากมาปกปิดใบหน้าผู้ต้องหาจนผู้คนในโลกออนไลน์กระหน่ำแสดงคิดเห็น พร้อมตั้งคำถามว่าจะปกปิดใบหน้าคนร้ายเพื่ออะไรในเมื่อแก๊งนี้เป็นภัยต่อสังคมก็ควรจะเปิดเผยเพื่อจะได้ระวังตัว ล่าสุดเมื่อวันที่10 มกราคม 62 ตำรวจออกมาชี้แจงสาเหตุแล้ว

สำหรับพฤติกรรมของกลุ่มคนร้ายทั้ง 5 คน ได้ออกอุบายมาขอเช่าบ้านจากผู้เสียหายซึ่งเป็นสองตายายพักอาศัยในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี จากนั้นก็ตีสนิทแล้วอ้างตัวว่าเป็นนายหน้าทำธุรกิจเกี่ยวกับซื้อ-ขายที่ดิน จนผู้เสียหายเริ่มไว้ใจ ก่อนหลอกให้ตา-ยายช่วยกันไถ่ถอนที่ดินจากหนึ่งในแก๊งคนร้ายซึ่งสวมบทบาทเป็นเจ้าของที่ดิน โดยอ้างว่าได้นำที่ดินดังกล่าวไปจำนองไว้ในราคา 2 ล้าน 8 แสนบาท เพื่อต้องการนำเงินมารักษาพ่อที่ป่วยหนัก

คนร้ายออกอุบายแกล้งทำเป็นโศกเศร้าร้องไห้จนตา-ยายสงสาร ประกอบกับมีคนร้ายอีกคนในแก๊งเข้ามาสวมบทบาทเป็นนายทุนนำเงินจำนวน 3 แสนบาท มาแสดงให้ผู้เสียหายเห็นว่ามีการซื้อขายที่ดินจริง จากนั้นคนร้ายที่สวมบทบาทเป็นนายหน้าได้ทำทีเสนอว่าตัวเองมีเงินอยู่ 5 แสนบาท รวมกับค่ามัดจำของนายทุนอีก 3 แสนบาท รวมเป็น 8 แสนบาท แต่ยังขาดอีก 2 ล้านบาท หากผู้เสียหายมีเงินมาช่วยไถ่ถอนก็จะได้ส่วนแบ่งกำไร ผู้เสียหายทั้งคู่จึงหลงกลอุบายนั่งรถไปกับคนร้ายเพื่อไปถอนเงินที่ธนาคารและสหกรณ์ออมทรัพย์วันเดียวมากถึง 2 ล้านบาท ก่อนถูกเชิดหนีไปต่อหน้าต่อตา

ตรวจสอบประวัติของคนร้ายแก๊งนี้พบว่าก่อเหตุลักษณะนี้มาอย่างโชกโชนนานกว่า 10 ปี ในหลายพื้นที่ทั่วประเทศ โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้สูงอายุอยู่บ้านกันตามลำพัง ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกจับดำเนินคดีแต่ก็กลับมารวมกลุ่มกันแล้วออกตระเวนก่อเหตุซ้ำอีก โดยกลุ่มผู้ต้องหาสารภาพว่าทำไปเพราะต้องการนำเงินไปใช้หนี้และเล่นการพนัน

ซึ่งหลังจากที่ข่าวนี้ถูกนำเสนอออกไปผู้คนในโลกออนไลน์และชาวบ้านที่ได้ดูข่าวจำนวนมากต่างแสดงความไม่พอใจ  ที่การแถลงข่าวมีการนำหน้ากากมาปกปิดใบหน้าผู้ต้องหา โดยส่วนใหญ่มองว่าผู้ต้องหาแก๊งนี้เป็นภัยต่อสังคม หากปิดบังใบหน้าก็ไม่ต่างจากการปกป้องช่วยเหลือคนผิดแล้วคนในสังคมจะช่วยกันสอดส่องระวังตัวจากกลุ่มนี้ได้อย่างไร  หากพวกเขาพ้นโทษออกมาแล้วมาสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นอีก

ทีมข่าวสอบถามกรณีนี้ไปยัง พลตำรวจตรีธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรง รองผู้บัญชาการตํารวจภูธรภาค 1 แต่ปฏิเสธให้สัมภาษณ์ จึงพยายามติดต่ออีกครั้งไปยัง พลตำรวจโท อำพล  บัวรับพร ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 1 โดยชี้แจงเป็นข้อมูลทางโทรศัพท์ว่า สาเหตุที่ต้องนำหน้ากากมาปกปิดใบหน้าผู้ต้องหาเพราะต้องปฏิบัติตามนโยบายตำรวจที่ไม่ให้นำตัวผู้ต้องหามาแถลงข่าว แต่หากจำเป็นก็ต้องมีการปกปิดใบหน้าตามสิทธิมนุษยชนและผู้ต้องหากลุ่มนี้ยังอยู่ระหว่างสอบสวนขยายผลไปยังผู้ร่วมขบวนการ ซึ่งอยู่ระหว่างออกหมายจับอีกไม่ต่ำกว่า 5 คน เกรงว่าผู้ต้องหาที่เหลือจะไหวตัวทันหลบหนีการจับกุม