คุมตัวทำแผนฯ กลุ่มวัยรุ่นขับรถประกบ กระหน่ำยิงหนุ่มขายของออนไลน์ดับ

614

ตำรวจคุมตัวกลุ่มวัยรุ่นไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ หลังร่วมกันก่อเหตุขับรถประกบรถของพ่อค้าขายของออนไลน์แล้วชักปืนกระหน่ำยิง ขณะจอดรถส่งของให้ลูกค้าริมถนน หน้าทางเข้าวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดสระบุรี จนเสียชีวิตคารถ อ้างทำไปเพราะมีเรื่องทะเลาะวิวาทมองหน้ากันก่อนหน้านี้

ค่ำวันที่  21 มกราคม ตำรวจภูธรพระพุทธบาท รับแจ้งเหตุนายเกษมสันต์ วงษ์ประดิษฐ์ พ่อค้าขายของออนไลน์ อายุ 24 ปี ถูกกลุ่มคนร้ายขับรถยนต์มาประกบแล้วกระหน่ำยิงใส่รถ กระสุนเข้าที่ลำตัวและศีรษะเสียชีวิตคาที่นั่งฝั่งคนขับ บนรถยนต์ฮอนด้า ซีวิคสีเหลืองที่ขับมาส่งอุปกรณ์แต่งรถแข่งให้กับลูกค้า ที่บริเวณริมถนนพหลโยธิน หน้าวัดซับชะอม อำเภอพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี โดยนางสาวลลิตา ปรีชาวุฒิพงษ์ ซึ่งเป็นแฟนสาวที่นั่งมาด้วยกัน ถูกกระสุนยิงเข้า 2 นัด ได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส่วนชายวัยรุ่น 2 คนซึ่งเป็นลูกค้าที่มารับของถูกตำรวจกันตัวไว้เป็นพยาน ทั้งสองคนอยู่ในเหตุการณ์ขณะเกิดเหตุกระหน่ำยิง

ล่าสุดวันนี้ ตำรวจสามารถจับกุมตัวคนร้ายเป็นชายวัยรุ่น 3 คน คือ นายพีรนนท์ ราชวัตร อายุ 20 ปี นายภูธเนศ เสือส่าน อายุ 20 ปี และนายสมเดช  สมสะอาด อายุ 22 ปี พร้อมยึดปืนของกลางเป็นปืนลูกซอง ปืนขนาด 9 ม.ม. รถยนต์โตโยต้าอัลติสสีขาวที่ใช้ก่อเหตุและยาบ้าอีก 1 หมื่นเม็ด

ทั้งหมดถูกคุมตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ขณะนายสมเดช ขับรถยนต์มาประกบข้างรถยนต์ของนายเกษมสันต์ที่จอดอยู่ จากนั้นนายพีรนนท์และนายภูธเนศ ชักปืนคนละกระบอก เปิดกระจกรถแล้วกระหน่ำยิงใส่รถของนายเกษมสันต์ที่นั่งอยู่กับแฟนสาว ก่อนขับรถพากันหลบหนีไป

ตำรวจเปิดเผยว่าจากการสอบสวนผู้ต้องหาอ้างว่าก่อนเกิดเหตุ 5 วัน นายภูธเนศ หนึ่งในผู้ต้องหาเจอกับนายเกษมสันต์ที่หน้าร้านสะดวกซื้อแห่งหนึ่ง โดยมองหน้ากันแล้วหมั่นไส้จนเกิดการทะเลาะวิวาทอีกฝ่ายพูดท้าทายอยากเจอลูกพี่ ต่อมาจึงวางแผนลวงนายเกษมสันต์ออกมาที่บริเวณดังกล่าวแล้วลงมือก่อเหตุ

ขณะที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การเพราะจากการตรวจสอบประวัติพบว่าทั้งสองฝ่ายเคยถูกดำเนินคดีและมีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับยาเสพติด โดยจะต้องสอบสวนและรวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อหาสาเหตุให้ชัดเจนอีกครั้ง

เบื้องต้นแจ้งข้อหาทั้งหมดร่วมกันฆ่าผู้อื่นและร่วมกันพยายามฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน ร่วมกันมีอาวุธปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ร่วมกันพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร หรือจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ ส่วนนายพีรนนท์ ถูกแจ้งเพิ่มอีก 1 ข้อหา มียาเสพติดให้โทษประเภท 1 หรือ เมทแอมเฟตามีน ไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังตรวจพบยาบ้า 1 หมื่นเม็ดซุกซ่อนอยู่ในห้องเช่า

                                                                                             สิริรัตน์  รัตนสิมานนท์

                                                                                                   รายงาน