เร่งล่าหนุ่มชักมีดแทงพนักงานส่งพิซซ่า เหตุไม่พอใจขี่รถปาดกันไปมา

195

ตำรวจเร่งล่าตัวหนุ่มทะเลาะวิวาทชกต่อยกับพนักงานส่งพิซซ่า กลางถนนย่านสาธุประดิษฐ์ หลังไม่พอใจขับรถปาดหน้ากันไปมา เมื่อสู้ไม่ได้จึงชักมีดแทงก่อนขี่รถหลบหนีไป ล่าสุดตำรวจพบเบาะแสของผู้ก่อเหตุ อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวมาสอบสวน

15.26 นาฬิกา วันที่ 13 พฤษภาคมที่ผ่านมา กล้องวงจรปิดใกล้ร้านพิซซ่าแห่งหนึ่ง ริมถนนสาธุประดิษฐ์ ซอย 55 แขวงบางโพงพาง เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร บันทึกภาพขณะพนักงานส่งพิซซ่าขี่รถจักรยานยนต์เข้าไปจอดที่หน้าร้าน โดยมีรถจักรยานยนต์อีกคันขี่ตามประกบแล้วมาจอดด้านข้าง จากนั้นชายคนกล่าวก็ถอดหมวกกันน็อกแล้วเดินลงจากรถทั้งคู่พูดคุยอะไรกันบางอย่างคล้ายมีปากเสียงกัน ก่อนเกิดการชกต่อยทะเลาะวิวาทไล่ตีกันไปจนถึงกลางถนน ท่ามกลางรถจำนวนมากที่สัญจรผ่านไปมา แต่จู่ๆ พนักงานส่งพิซซ่าที่รูปร่างใหญ่กว่าและดูเหมือนจะได้เปรียบ กลับวิ่งหนีออกมาอย่างรวดเร็ว โดยอีกฝ่ายตามมาก่อนเดินขึ้นรถจักรยานยนต์ขี่หลบหนีไป

ชาวบ้านที่อยู่บริเวณนั้นรีบเข้าไปช่วยเหลือพนักงานส่งพิซซ่า ทราบชื่อคือนายกิตติพงศ์ รัตนประภา อายุ 19 ปี ซึ่งได้รับบาดเจ็บสภาพเต็มไปด้วยเลือด เมื่อตรวจสอบพบบาดแผลถูกแทงเข้าที่บริเวณหน้าอก 2 แผล และแขนซ้ายอีก 1แผล โดยเจ้าหน้าที่กู้ภัยได้ปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล

ผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่าเห็นทั้งสองฝ่ายพูดคุยกันอยู่พักหนึ่ง ก่อนเกิดการทะเลาะวิวาทไล่ชกต่อยกันจนไปอยู่กลางถนน ฝ่ายพนักงานส่งพิซซ่าได้เปรียบเพราะรูปร่างใหญ่กว่า เมื่ออีกฝ่ายสู้ไม่ได้จึงชักมีดออกมาจ้วงแทง ทำให้พนักงานส่งพิซซ่าได้รับบาดเจ็บวิ่งมาขอความช่วยเหลือที่หน้าร้านเกิดเหตุ

ส่วนผู้ก่อเหตุเป็นชายวัยรุ่นอายุประมาณ 20 ปี จังหวะที่เขาพยายามสตาร์ทรถหลบหนีชาวบ้านหลายคนเดินตามไป หวังเข้าไปช่วยกันจับกุมตัว แต่ได้ยินเสียงเตือนว่าอีกฝ่ายมีมีดจึงเกรงจะถูกทำร้ายตัดสินใจถ่ายรูปป้ายทะเบียนรถคันก่อเหตุไว้เป็นหลักฐานและใช้เป็นเบาะแสในการติดตามตัว จากการสอบถามผู้ได้รับบาดเจ็บ บอกว่าสาเหตุเกิดจากก่อนหน้านี้เขากับคู่กรณีขี่รถปาดหน้ากันไปมา อีกฝ่ายตามมาแล้วบีบคอก่อนจะเกิดเหตุขึ้น

ด้านตำรวจเปิดเผยว่าเบื้องต้นอาการของนายกิตติพงศ์ปลอดภัยแล้ว โดยจากการตรวจสอบป้ายทะเบียนรถจักรยานยนต์ของผู้ก่อเหตุที่พลเมืองดีถ่ายภาพไว้ได้ พบว่าไม่ใช่รถส่วนตัวแต่เป็นรถของบริษัทแห่งหนึ่ง ขณะนี้อยู่ระหว่างเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาสอบสวนดำเนินคดี

                                                                                              สิริรัตน์  รัตนสิมานนท์

                                                                                                     รายงาน