เจาะเกาะติด-เผยผลชันสูตรศพ “ลันลาเบล” พบช่องคลอดฉีกขาด “น้ำอุ่น” ลั่นบริสุทธิ์ใจไม่รู้ว่าตาย

936

“น้ำอุ่น” เปิดใจยืนยันไม่มีการมอมเหล้าและไม่ได้ข่มขืนไม่รู้ว่าพริตตีสาวเสียชีวิต เพราะเห็นปัสสาวะราดคิดว่าเมาเหล้าปกติ ขณะที่ผลการชันสูตรศพล่าสุดพบช่องคลอดมีร่องรอยฉีกขาด

นายรัชเดช วงศ์ทะบุตร หรือ น้ำอุ่น อายุ 25 ปี ถูกตำรวจเชิญตัวมาให้ปากคำเป็นครั้งที่ 2 หลังตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าอาจเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตนางสาวธิติมา นรพันธ์พิพัฒน์ อายุ 25 ปี หรือ ลันลาเบล พริตตีสาวเพราะไปร่วมงานปาร์ตีด้วยกันและเป็นคนสุดท้ายที่อยู่กับเธอ

เขาเปิดใจเล่าเหตุการณ์ก่อนพบศพพริตตีสาว ยอมรับเพิ่งพบกันครั้งแรกในงานปาร์ตีที่บ้านย่านบางบัวทองเมื่อวันที่ 16 ก.ย.ที่ผ่านมา มีการพูดคุยแล้วเกิดชอบพอกันจึงนัดกันว่าหลังจบงานจะไปพากันที่คอนโดของเขา ระหว่างนั้นได้ดื่มเหล้าแบบเพียวๆด้วยกัน 2-3 กลมยืนยันไม่มีการบังคับ กระทั่งจบงานพบว่าเธอเมาหมดสติจึงตัดสินใจพาตัวเธอกลับคอนโด

หลังจากที่พาพริตตี้สาวมาถึงคอนโด พบว่าเธอยังไม่ได้สติแต่เธอปัสสาวะราดจึงรีบนำตัวขึ้นห้องแล้วเปลี่ยนเสื้อผ้าให้  ก่อนหลับไปด้วยอาการเมายืนยันไม่มีการล่วงละเมิดทางเพศ ก่อนตื่นมาอีกครั้งช่วงเที่ยงคืน วันที่17 ก.ย. พบว่าเธอยังไม่ได้สติ ตัวเย็น จึงเช็ดตัวให้ แต่ไม่คิดว่าเธอจะเสียชีวิตเพราะเธอยังปัสสาวะราดเป็นครั้งที่ 2

ระหว่างนั้นมีเพื่อนของพริตตีสาวพยายามติดต่อมาเพื่อตามหาตัว เขาจึงติดต่อกลับไปและพูดคุยกันเป็นระยะ โดยเขาก็พยายามปลุกพริตตีสาวอยู่ตลอดเวลาก่อนหิ้วปีกเธอลงมาส่งที่ล็อบบีแล้วรีบขึ้นห้องเพราะกลัวมีปัญหากับแฟนของเธอ

ขณะที่เจ้าของบ้านที่จัดงานปาร์ตี เปิดเผยว่าได้จ้าง “ลันลาเบล” มางานนี้เป็นครั้งแรกเพื่อให้เอนเตอร์เทนชงเหล้าเท่านั้น ตั้งแต่เวลา 13.00-17.00 น. เป็นเงิน 3,000 บาท ยืนยันว่าภายในงานไม่มียาเสพติดหรือสารอันตรายอื่นๆ  ส่วนนายรัชเดช หรือ “น้ำอุ่น” เพิ่งรู้จักได้ไม่นานเพราะเคยจ้างมาเอนเตอร์เทนเพื่อนสาวในปาร์ตีครั้งก่อน จึงชวนมาร่วมปาร์ตีอีกครั้งแต่ทราบมาว่านายรัชเดช มีพฤติกรรมชอบอวดเรื่องผู้หญิงในโซเชียล ลักษณะแข่งกันกับเพื่อนๆ คล้ายการล่าแต้มสาวๆ

แม้จากการตรวจสอบร่างกายของนายรัชเดช หรือน้ำอุ่นเบื้องต้นไม่พบสารกระตุ้นหรือสารเสพติดแต่ผลการตรวจชันสูตรศพพริตตีสาวอย่างไม่เป็นทางการ ล่าสุดพบว่าช่องคลอดของผู้ตายมีการฉีกขาดและพบมีสารคัดหลั่งตกค้างอยู่ภายในช่องคลอด ขณะนี้อยู่ระหว่างการนำสารคัดหลั่งที่พบไปตรวจสอบว่าเป็นของผู้ใดคาดว่าจะใช้เวลาในการตรวจสอบประมาณ 15-45 วัน จึงจะทราบผลที่แน่ชัด

                                                                                              ญาณิชสา  ศิริมูลกุล

                                                                                                     รายงาน