เผยอันตรายจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ปริมาณมาก ในช่วงเวลาสั้น ๆ

1179

โลกออนไลน์ไขข้อข้องใจเกี่ยวกับอันตราย และอาการ ที่เกิดจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มาก ภายในเวลาอันรวดเร็ว จะทำให้แอลกอฮอล์ในเลือดเพิ่มสูงขึ้นเร็ว เสี่ยงต่อการสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก และหยุดหายใจ

แฟนเพจเฟซบุ๊ก Drama-addict ได้โพสต์ข้อความว่า ระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เทียบเท่ากับการดื่มเบียร์ประมาณ 20 แก้ว ซึ่งปกติแค่ 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก็สามารถทำให้ผู้ดื่มมีอาการซึม สับสน และไม่ค่อยรู้สึกตัวแล้ว

ขณะเดียวกันยังได้นำข้อมูลของ “มูลนิธิแก้ไขปัญหาการดื่มแอลกอฮอล์” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงอาการที่เกิดจากการได้รับแอลกอฮอล์ ในปริมาณต่างๆ

ขณะที่แฟนเพจ “หมอแล็บแพนด้า” ได้ขยายความเพิ่มเติมถึงสาเหตุที่บางคนดื่มเหล้าแล้วเสียชีวิต เนื่องจากร่างกายคนเราไม่เหมือนกัน บางคนอาจจะไม่เป็นอะไร โดยแอลกอฮอล์จะออกฤทธิ์กดระบบประสาทส่วนกลาง ถ้าดื่มเร็ว ๆ จะทำให้แอลกอฮอล์ในกระแสเลือดเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว เสี่ยงต่อการสำลัก อาเจียน หายใจไม่ออก หยุดหายใจ และหมดสติ ซึ่งการไปดื่มตามสถานบันเทิง หรือไปปาร์ตี แน่นอนว่าร่างกายไม่มีเวลามากพอที่จะขับแอลกอฮอล์ออกมาได้หมด เพราะแอลกอฮอล์ยังถูกเติมเข้าไปเรื่อยๆ ทำให้เกิดแอลกอฮอล์เป็นพิษแบบเฉียบพลัน

โดยระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 30 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มเหล้า 4 แก้ว แก้วละ 1 ฝา จะมีอาการครึกครื้น สนุกสนานร่าเริง หากระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 50 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มเหล้า 6 แก้ว แก้วละ 1 ฝา จะทำให้การควบคุมการเคลื่อนไหวเสียไป ไม่สามารถควบคุมได้ดีเท่าภาวะปกติ

และหากระดับแอลกอฮอล์ในเลือด 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ เทียบเท่ากับการดื่มเหล้า 12 แก้ว แก้วละ 2 ฝา จะมีอาการเดินไม่ตรงทาง ระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 200 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ หรือดื่มเหล้า 24 แก้ว แก้วละ 2 ฝา จะเกิดอาการสับสน ถ้าระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 300 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะมีอาการง่วง งง และซึมและถ้าหนักกว่านั้น คือระดับแอลกอฮอล์ในเลือดมากกว่า 400 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ จะเกิดอาการสลบ และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก Drama-addict

ขอบคุณภาพจากเฟซบุ๊ก หมอแล็บแพนด้า